รักษาปัญหาเส้นผม
บริการของเรา
รักษาปัญหาเส้นผม
|
|
|
แพทย์ |
|
|
ประวัติ |
แพทย์ผู้เชี่ยวชาญการปลูกผมเทคนิค DHI จบการศึกษาจาก University of Birmingham เรียนรู้เทคนิคการปลูกผมจาก Dr. Tayfun Oguzoglu เจ้าแห่งการปลูกผมระดับโลกและได้รับความไว้วางใจจากคนไข้จำนวนมาก |
|
แชร์ |
|
ปัญหาผมร่วง ผมบาง หรือเส้นผมที่เริ่มลีบแบนลงจนเห็นหนังศีรษะชัดเจน เป็นสิ่งที่บั่นทอนความมั่นใจในการใช้ชีวิต หลายคนพยายามมองหาผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมมาใช้หรือแสวงหาสูตรลับจากทุกสารทิศ แต่กลับไม่เห็นผลเท่าที่ควร นั่นอาจจะเป็นเพราะสาเหตุที่แท้จริงเกิดจากรากผมที่เสื่อมสภาพ และต้องการการฟื้นฟูที่ล้ำลึกกว่าการบำรุงภายนอก
ที่ Bangkok Hair Clinic เราเข้าใจกลไกของเส้นผมเป็นอย่างดี จึงนำเสนอโปรแกรมบำรุงเส้นผม ด้วยนวัตกรรม GFC ที่ช่วยกระตุ้นรากผม ลดปัญหาผมร่วงอย่างตรงจุด และเห็นผลลัพธ์การเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนในระยะยาว
GFC เป็นนวัตกรรมการ เพื่อกระตุ้นรากผม แก้ปัญหาผมร่วง ผมบาง และหัวล้าน ด้วยพลาสมาของตัวท่านเอง ไม่จำเป็นต้องผ่าตัด ซึ่งได้รับความสนใจและเป็นที่นิยมอย่างแพร่หลายในวงการการแพทย์ชะลอวัยและการปลูกผมในระดับสากล
โปรแกรมบำรุงเส้นผมของเราจะสกัด ส่วนสำคัญต่างๆ เช่น PDGF, EGF, KGF และ VEGF จากพลาสมา ผ่านกรรมวิธีที่มีความทันสมัย ความเข้มข้น สูงกว่าในกระแสเลือดถึง 12-17 เท่า ก่อนที่จะนำกลับมาฉีดลงบนหนังศีรษะ เพื่อช่วยกระตุ้นรากผมให้กลับมาเติบโตแข็งแรง ดกหนา และสมบูรณ์อีกครั้ง
GFC คือสารธรรมชาติในร่างกายที่ทำหน้าที่เป็นสัญญาณ ที่คอยสั่งการให้เกิดการซ่อมแซมและการแบ่งตัวของเซลล์ โดยจะเข้าไปทำหน้าที่ดังนี้
ผลที่คาดว่าจะได้รับ ผมที่เคยลีบเล็กจะกลับมาหนาขึ้น ลดผมร่วง และมีสุขภาพดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะเมื่อทำต่อเนื่องตามคอร์ส 3–5 ครั้ง และฉีดกระตุ้นซ้ำทุก 6–12 เดือน


นวัตกรรมการฉีด GFC เปรียบเสมือนการฉีดอาหารเสริมอันทรงประสิทธิภาพให้แก่เส้นผม เหมาะสำหรับทุกเพศทุกวัย และสามารถใช้ร่วมกับการรักษาอื่น ๆ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพให้สูงยิ่งขึ้นได้อีกด้วย โดยจะเหมาะกับผู้ที่มีปัญหาเหล่านี้

เพื่อช่วยให้ทุกคนเข้าใจเกี่ยวกับการฉีด GFC เพื่อแก้ปัญหาผมร่วงผมบาง การรู้จักสารสำคัญที่เรียกว่า GFC ที่มีส่วนช่วยในการเจริญเติบโตของรากผม จะทำให้เราเข้าใจถึงวิธีการรักษาได้มากขึ้น
GFC คือ สารธรรมชาติที่พบในร่างกายของเรา ซึ่งสารนี้เปรียบเสมือนสารอาหารที่จำเป็นต่อเซลล์ในการซ่อมแซม การเปลี่ยนแปลงสภาพ และการเพิ่มจำนวน อย่างไรก็ดี ในกรณีที่ร่างกายเริ่มเสื่อมสภาพจากอายุที่มากขึ้น รวมถึงปัจจัยแวดล้อมต่าง ๆ ทำให้เมื่อมีการตรวจพบว่า เซลล์ได้รับความบาดเจ็บ เซลล์จะหลั่งสารตอบสนองต่อสัญญาณต่าง ๆ ได้น้อยลง และยังส่งผลให้มีปริมาณของ GFC น้อยลงไปด้วย เซลล์ต่าง ๆ จึงฟื้นตัวได้ช้า หรือหยุดการซ่อมแซม ดังนั้น การฉีด GFC กว่า 12 ชนิดสำหรับเส้นผมจะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงดังต่อไปนี้
การฉีด GFC จะช่วยกระตุ้นเซลล์ใต้ผิวหนังให้เกิดการปรับสภาพหนังศีรษะ และซ่อมแซมเซลล์รากผมในบริเวณที่เส้นผมบาง ลีบ เล็ก และกำลังจะหลุดร่วงไป ให้งอกใหม่และแข็งแรงขึ้น หนาขึ้น รวมถึงมีคุณภาพเส้นผมที่ดีขึ้นด้วย
เพื่อให้การรักษาด้วยโปรแกรม GFC ได้ประสิทธิภาพสูงสุดและเห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจน การเตรียมสภาพร่างกายให้พร้อมและการดูแลหนังศีรษะอย่างถูกวิธีหลังทำถือเป็นหัวใจสำคัญที่คนไข้ไม่ควรละเลย โดยมีแนวทางปฏิบัติมาตรฐานทางการแพทย์ดังนี้
ประมาณ 1.5 – 2 ลิตร ก่อนเข้ารับบริการ 1 วัน เพื่อลดความหนืดของเลือด ช่วยให้การสกัดพลาสมาทำได้ง่ายและได้ปริมาณที่เหมาะสม
อย่างน้อย 1 สัปดาห์ก่อนทำ เนื่องจากสารที่อยู่ในแอลกอฮอล์และบุหรี่ส่งผลต่อการไหลเวียนโลหิตและลดคุณภาพของเกล็ดเลือด
งดรับประทานยาแก้ปวดกลุ่ม Ibuprofen, Voltaren, Arcoxia, Celebrex หรือ Nurofe อย่างน้อย 1 สัปดาห์ หากจำเป็นต้องใช้ยาแนะนำให้ปรึกษาแพทย์ก่อน เพราะอาจรบกวนกระบวนการอักเสบได้
หากมีการฉีดหรือรับประทานยาในกลุ่ม Steroids ควรงดอย่างน้อย 1 เดือนก่อนเข้ารับบริการ
ควรนอนหลับพักผ่อนอย่างน้อย 6-8 ชั่วโมง และรับประทานอาหารให้เรียบร้อยก่อนเจาะเลือดประมาณ 2-3 ชั่วโมง หลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมันสูงมากในมื้อนั้น
ทำความสะอาดเส้นผมและหนังศีรษะ รวมถึงงดการใช้สเปรย์หรือเจลแต่งผมในวันที่เข้ารับการรักษา

หลังจากการฉีด GFC เพื่อกระตุ้นรากผมแล้ว ควรปฏิบัติดังต่อไปนี้ เพื่อให้เซลล์รากผมฟื้นตัวได้ดียิ่งขึ้น
แนะนำให้งดการสระผมอย่างน้อย 24 ชั่วโมงหลังทำ เพื่อให้จุดที่ฉีดปิดสนิทและป้องกันการติดเชื้อ หลังจากนั้นสามารถสระผมได้ด้วยแชมพูสูตรอ่อนโยน
งดการเกา นวด หรือขยี้บริเวณหนังศีรษะที่ทำการรักษาในช่วง 2-3 วันแรก
ไม่ว่าจะเป็นการใช้ไดร์เป่าผมลมร้อนจัด การอบไอน้ำ รวมถึงการทำสีผม ดัด หรือยืด อย่างน้อย 1 สัปดาห์ เพื่อป้องกันการระคายเคือง
โดยเฉพาะกิจกรรมที่ต้องเผชิญกับแสงแดดจัดและการออกกำลังกายหนักที่ทำให้เหงื่อออกมากในช่วง 48 ชั่วโมงแรก
ในกรณีที่มีอาการตึงหรือระคายเคืองเล็กน้อย สามารถรับประทานยาพาราเซตามอลได้ตามคำแนะนำของแพทย์ และควรมาทำตามนัดอย่างสม่ำเสมอตามโปรแกรมบำรุงเส้นผมที่แพทย์ออกแบบไว้

แพทย์ของ Bangkok Hair Clinic ออกแบบโปรแกรมการฉีด GFC เพื่อรักษาอาการผมบาง ผมร่วง หัวล้าน ในราคาย่อมเยา โดยยึดหลักการตามผลวิจัยจากนานาชาติ ซึ่งเราแนะนำให้ฉีดคอร์สละ 3-5 ครั้ง ขึ้นอยู่กับอาการของคนไข้ โดยจะฉีด 1 ครั้ง ทุกๆ 3-4 สัปดาห์ต่อเนื่องกัน เพื่อที่จะให้เส้นผมมีโอกาสผลัดออกใหม่และได้รับสารอาหารอย่างต่อเนื่อง และหลังจากนั้นเราแนะนำให้ฉีดอย่างสม่ำเสมอทุก 6 เดือนถึง 1 ปี เพื่อคงความหนาของเส้นผม ซึ่งงานวิจัยพบว่าผู้รับการรักษามากกว่า 50% รู้สึกว่าสภาพผมดีขึ้น ตั้งแต่ในครั้งแรกที่ทำ

เพราะปัญหาเส้นผมและหนังศีรษะไม่ใช่เรื่องเล็ก แต่เป็นสิ่งที่ส่งผลต่อรูปลักษณ์และความมั่นใจในการใช้ชีวิตโดยตรง Bangkok Hair Clinic พร้อมให้คำแนะนำและอยู่เคียงข้างคุณในทุกขั้นตอนเพื่อให้คุณได้รับมาตรฐานทางการแพทย์ระดับสากล
อย่าปล่อยให้ปัญหาผมบางหรือผมร่วงพรากความมั่นใจไปจากคุณ ร่วมวางแผนการรักษากับแพทย์ของเราเพื่อผลลัพธ์ที่ใกล้เคียงธรรมชาติ เสริมความมั่นใจให้กลับคืนมา
สามารถกรอกข้อมูลทิ้งไว้ หรือจองคิวปรึกษาแพทย์ได้ที่
A : ความแตกต่างสำคัญอยู่ที่สารสกัด การฉีดวิตามินทั่วไปคือการใช้สารสังเคราะห์หรือแร่ธาตุภายนอกร่างกาย แต่การฉีด GFC กระตุ้นรากผม คือการใช้ GFC หรือสารชีวโมเลกุลจากเลือดของตัวคนไข้เอง ซึ่งมีความจำเพาะเจาะจงในการซ่อมแซมเซลล์รากผมที่เสื่อมสภาพได้ลึกถึงระดับโมเลกุล และไม่มีความเสี่ยงต่อการแพ้สารประกอบแปลกปลอม
A: สำหรับผู้ที่มีภาวะผมบางจากพันธุกรรม โปรแกรมบำรุงเส้นผมจะเข้าไปช่วยชะลอการฝ่อตัวของรากผม และช่วยยืดอายุวงจรเส้นผมให้ยาวนานขึ้น แม้ปัจจัยทางพันธุกรรมจะเป็นสิ่งที่เลี่ยงไม่ได้ แต่การได้รับ GFC ผม อย่างสม่ำเสมอจะช่วยรักษาความหนาแน่นของเส้นผมเดิมไว้ให้ได้นานที่สุด และลดโอกาสการต้องเข้ารับการผ่าตัดปลูกผมในอนาคต
A : การทายาหรือกินยาเป็นการบำรุงในระบบรวมและต้องอาศัยวินัยในการใช้อย่างต่อเนื่องทุกวัน ในขณะที่การฉีด GFC เป็นการนำสารอาหารเข้มข้นส่งตรงไปยังรากผมโดยตรง (Targeted Therapy) ทำให้เซลล์ได้รับสารบำรุงในปริมาณที่สูงกว่ามาก ผลลัพธ์จึงมักชัดเจนกว่าในแง่ของการเพิ่มขนาดเส้นผมและการกระตุ้นรากผมที่หยุดทำงานไปแล้ว
A : สามารถทำควบคู่กันได้และเป็นแนวทางที่แนะนำอย่างยิ่ง เพราะ GFC คือการเติมสารอาหารซึ่งเปรียบเสมือนปุ๋ย ส่วนการทำเลเซอร์ LLLT คือการเพิ่มการไหลเวียนโลหิตเปรียบเสมือนแสงแดด ที่ช่วยให้กระบวนการเมตาบอลิซึมของรากผมทำงานได้ดีขึ้น เมื่อใช้ร่วมกันจะช่วยส่งเสริมประสิทธิภาพ ทำให้เส้นผมแข็งแรงและเห็นผลลัพธ์ได้รวดเร็วยิ่งขึ้น
A : โดยทั่วไปผลลัพธ์จากการทำคอร์สต่อเนื่องจะคงอยู่ได้ประมาณ 6-12 เดือน ขึ้นอยู่กับสภาพหนังศีรษะและการดูแลตัวเองของแต่ละบุคคล เนื่องจากร่างกายมีการเสื่อมสภาพตามธรรมชาติทุกวัน ทาง Bangkok Hair Clinic จึงแนะนำให้มีการฉีดกระตุ้นซ้ำ (Maintenance Session) ทุก 6 เดือน เพื่อคงความแข็งแรงและรักษาความหนาแน่นของเส้นผมให้ยั่งยืน
| ปลูกผม DHI Shaven | ปลูกผม DHI Non-Shaven | ปลูกผม Long Hair DHI | |
|---|---|---|---|
| ต้องโกนผม | ต้องโกนผมในบริเวณที่เอาเส้นผมออก | ต้องโกนผมบางส่วนในบริเวณที่เอาเส้นผมออก | ไม่ต้องโกนผมในบริเวณที่เอาเส้นผมออก |
| ระยะเวลาในการทำ | ค่อนข้างสั้นกว่า (เนื่องจากโกนผม) | ใช้เวลานานกว่า | นานที่สุด |
| ระยะเวลาฟื้นตัว | ประมาณ 7-10 วันจนเห็นการฟื้นตัว | คล้ายกับ DHI Shaven | ฟื้นตัวเร็วกว่า เนื่องจากมีแผลน้อยกว่า |
| เทคนิคการปลูก | ปลูกโดยตรงด้วยปากกาพิเศษ | ||
| รอยแผลเป็น | มีรอยแผลจุดเล็ก ๆ มักซ่อนอยู่ได้ | มีแผลเป็นน้อย ซ่อนได้ดีกว่า | มีแผลเป็นน้อย มองไม่เห็น |
| เหมาะสำหรับ | ผู้ที่ยอมรับการโกนผม | ผู้ที่ต้องการให้การปลูกดูไม่ออก | ผู้ที่ต้องการให้เห็นผลในทันที |
| ค่าใช้จ่าย | ปานกลาง | ปานกลาง | สูงกว่า (เนื่องจากเทคนิคการปลูก) |
| ปริมาณของกราฟผมที่ใช้ | >3000 กราฟ | 1500-2000 กราฟ | <1500 กราฟ |
| ความเป็นธรรมชาติ | ดูเป็นธรรมชาติ เพราะควบคุมการปลูกได้ตรงจุด | ||
| การดูแลหลังทำ | ดูแลตามแบบ DHI ทั่วไป | ดูแลตามแบบ DHI ทั่วไป | ดูแลง่ายกว่า ฟื้นตัวเร็ว แผลน้อย |
| ระยะเวลาพักฟื้น | 1-2 สัปดาห์ | ||











