fb pixel
Line facebook instagram linkedin

วันอังคาร - อาทิตย์ 10:00 - 19:00
ติดต่อ 064 196 3539

เพราะอะไรหัวล้านในผู้ชายจึงพบบ่อยกว่าในผู้หญิง?

‘หัวล้านในผู้ชาย’ คือปัญหาที่คงไม่มีบุรุษคนไหนอยากประสบ และเคยสงสัยกันไหมว่าทำไมผู้ชายถึงผมบางง่ายกว่าผู้หญิง บทความนี้มีคำตอบ ติดตามได้เลย

ถึงแม้ศีรษะล้านจะเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นกับคนทั่วโลกจำนวนหลายล้านคน แต่กลับชัดเจนว่าผู้ชายมีแนวโน้มที่จะศีรษะล้านหรือผมบางมากกว่าผู้หญิง แต่สงสัยกันไหมว่าทำไมถึงเป็นเช่นนั้น และอะไรคือสาเหตุที่อยู่เบื้องหลัง บทความนี้จะพาไปหาคำตอบว่าทำไมหัวล้านในผู้ชายจึงพบได้บ่อยกว่าผู้หญิง พร้อมแนะแนวทางการรักษาที่เหมาะสม ติดตามได้เลย

หัวล้านในผู้ชาย สาเหตุ วิธีแก้

ทำความรู้จัก ‘ผมร่วงแบบแอนโดรเจเนติก’

เพื่อที่จะได้เข้าใจอย่างกระจ่างแจ้งว่าทำไมผมบางในผู้ชายจึงพบได้บ่อยกว่าผู้หญิง ก็ควรที่จะเริ่มต้นทำความรู้จักกับภาวะ ผมร่วงแบบแอนโดรเจเนติก หรือ Androgenetic Alopecia กันเสียก่อน โดย Androgenetic Alopecia เป็นรูปแบบทั่วไปของอาการผมร่วงที่ส่งผลต่อทั้งชายและหญิง โดยภาวะนี้มีสาเหตุหลักมาจากปัจจัยทางพันธุกรรมและฮอร์โมน โดยเฉพาะอิทธิพลของแอนโดรเจนซึ่งเป็นฮอร์โมนเพศชาย

สำหรับผลกระทบของ Androgenetic Alopecia ผู้ชายและผู้หญิงจะมีอาการผมร่วงในระดับที่แตกต่างกัน โดยผมร่วงในผู้ชาย จะเริ่มต้นด้วยไรผมที่ร่นขึ้นจากขมับ ตามด้วยเส้นผมบางลงที่กระหม่อม และเมื่อเวลาผ่านไป บริเวณที่ร่วงเริ่มแผ่กว้างขึ้น จนสุดท้ายก็มาบรรจบกันในที่สุด ทำให้เกิดศีรษะล้านบางส่วนหรือทั้งหมด โดยการลุกลามของผมร่วงในผู้ชายมักจะมีรูปแบบที่สามารถคาดเดาได้

ในทางกลับกัน ผู้หญิงที่มี Androgenetic Alopecia มักจะประสบกับรูปแบบผมร่วงที่แตกต่างออกไป แทนที่จะเห็นเส้นผมร่วงจุดใดจุดหนึ่ง แต่กลับเริ่มมีลักษณะของผมบางกระจายไปทั่วหนังศีรษะ แต่ไม่มีบริเวณที่ตายตัว

ทำไมหัวล้านในผู้ชายจึงมากกว่าผู้หญิง?

ความแตกต่างของรูปแบบผมร่วงระหว่างผู้ชายและผู้หญิงที่มี Androgenetic Alopecia เนื่องมาจากการเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมนและความบกพร่องทางพันธุกรรมแอนโดรเจน เช่น ไดไฮโดรเทสโทสเตอโรน (DHT) ซึ่งมีบทบาทสำคัญที่ทำให้เกิดปัญหาผมร่วง ในผู้ชาย จะทำให้รูขุมขนบริเวณขมับและกระหม่อมจะไวต่อผลกระทบของ DHT มากกว่า นำไปสู่การลดขนาดทีละน้อยและปิดสนิทในที่สุด ส่วนในผู้หญิง ความไม่สมดุลของฮอร์โมนหรือความไวต่อแอนโดรเจนอาจทำให้หนังศีรษะบางกระจายไปทั่ว

ปัจจัยอื่น ๆ ที่ทำให้ผมร่วง

นอกเหนือจาก Androgenetic Alopecia แล้ว ผมร่วงหรือศีรษะล้านยังสามารถเกิดขึ้นได้จากปัจจัยแวดล้อมอื่น ๆ ด้วยเช่นกัน

ความเครียด

ความเครียดเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้ผมร่วง โดยจะกระตุ้นความไม่สมดุลของฮอร์โมนในร่างกาย นำไปสู่สภาวะต่าง ๆ เช่น ภาวะเทโลเจนไหลย้อน ที่รูขุมขนจะเข้าสู่ระยะพักก่อนเวลาอันควร นอกจากนี้ ความเครียดยังจะทำลายวงจรการเจริญเติบโตของเส้นผมตามปกติ ส่งผลให้เกิดการหลุดร่วง

ขาดสารอาหารบางประเภท

เรื่องของอาหารก็เกี่ยวข้องกับการเกิดอาการหัวล้านในผู้ชายและผมร่วงในผู้หญิงด้วยเช่นกัน โดยการขาดสารอาหารที่สำคัญ เช่น ธาตุเหล็ก ไบโอติน และสังกะสี ก็จะทำให้ผมร่วงได้ ดังนั้น การรับประทานผลไม้ ผัก โปรตีนไม่ติดมัน และไขมันที่ดีต่อสุขภาพก็จะสามารถช่วยลดการหลุดร่วงของเส้นผมได้

ปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม

นอกจากนี้ ปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม เช่น มลภาวะและรังสียูวีก็ส่งผลเสียต่อสุขภาพของเส้นผมเช่นกัน เนื่องจากมลพิษทางอากาศสามารถทำให้รูขุมขนอุดตันและทำลายวงจรการเจริญเติบโตของเส้นผมตามธรรมชาติ เช่นเดียวกับการได้รับรังสียูวีเป็นเวลานานที่ก็สามารถทำลายแกนผมและทำให้โครงสร้างอ่อนแอลง ส่งผลให้ผมเปราะและบางได้

ถึงแม้ว่าปัจจัยเหล่านี้จะสามารถพบเจอได้ทั้งผู้ชายและผู้หญิง แต่พฤติกรรมการดูแลเอาใจใส่ตัวเองของผู้หญิงที่โดยส่วนใหญ่จะมากกว่าผู้ชาย จึงอาจเป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้หัวล้านในผู้ชายพบได้บ่อยกว่าผู้หญิง

ผมบางในผู้ชาย เปรียบเทียบกับผู้หญิง

แนวทางการรักษาศีรษะล้านผมบาง

นอกจากหลีกเลี่ยงปัจจัยแวดล้อมต่าง ๆ ที่เป็นสาเหตุของผมร่วงแล้ว ด้วยความก้าวหน้าทางการแพทย์ในปัจจุบันทำให้มีแนวทางการรักษาภาวะผมร่วงในผู้ชายและผู้หญิงอีกหลายวิธี ดังต่อไปนี้

ยาไมน็อกซิดิลและฟินาสเตอไรด์

ไมน็อกซิดิลเป็นยาทาเฉพาะจุด วิธีใช้คือทาลงบนหนังศีรษะโดยตรง ตัวยาจะเข้าไปช่วยปรับปรุงการไหลเวียนของเลือดไปยังรูขุมขน ส่งเสริมการเจริญเติบโต และชะลอผมร่วงในผู้ชายและผู้หญิง ในทางกลับกัน ฟินาสเตอไรด์เป็นยารับประทานที่ยับยั้งการผลิตฮอร์โมนไดไฮโดรเทสโทสเตอโรน (DHT) ซึ่งเชื่อมโยงกับอาการผมร่วงทางพันธุกรรม

การปลูกผม

การปลูกผมเป็นทางเลือกที่ได้ผลในระยะยาว โดยมี 3 วิธีที่นิยมใช้คือ FUE (Follicular Unit Extraction), FUT (Follicular Unit Transplantation) และ DHI (Direct Hair Implantation)

วิธีการปลูกผมแบบ FUE คือการปลูกผมโดยใช้วิธีการย้ายเซลล์รากผมช่วงท้ายทอย แล้วนำไปปลูกใหม่ในจุดที่มีปัญหาหรือบริเวณที่อยากจะรักษาผมบาง โดยจะเป็นการใช้เครื่องมือพิเศษที่เรียกว่า “หัวเจาะอัตโนมัติ” ที่จะช่วยมอบผลลัพธ์ที่ดีได้มากถึง 90-95% ทำให้ผมที่ขึ้นใหม่ดูสมจริงอย่างเป็นธรรมชาติ

ส่วนการปลูกผมแบบ FUT จะเป็นเทคนิคที่แพทย์จะทำการตัดเอาหนังศีรษะบริเวณ Donor Area ด้านหลัง หรือบริเวณที่มีรากผมแข็งแรงมาเพื่อทำการปลูกผมข้างนอก จากนั้นแพทย์จึงนำผมที่แข็งแรงกลับลงไปปักที่บริเวณที่ต้องการจะปลูกผมใหม่ โดยวิธีนี้สามารถสร้างกราฟผมจำนวนมากขึ้นในเซสชั่นเดียว แต่ก็มีข้อเสียคืออาจทิ้งรอยแผลเป็นเชิงเส้นไว้

ส่วน DHI (Direct Hair Implantation) คือการปลูกผมที่ใช้เครื่องมือเฉพาะทางที่ชื่อว่า “DHI Implanter” โดยการทำงานของเครื่องมือตัวนี้ จะทำหน้าที่ปักและปลูกผมได้ภายในครั้งเดียว ความพิเศษคือขนาดของหัวเจาะที่เล็กกว่าเทคนิคอื่น ๆ โดยเฉลี่ยอยู่ที่ 0.6 – 0.8 มล. เท่านั้น จึงทำให้สามารถปลูกผมได้ถี่แน่น อีกทั้งยังมีความละเอียดสูง แพทย์สามารถควบคุมระดับความลึกขององศาและทิศทางของรากผมได้อย่างเป็นธรรมชาติ รวมถึงไม่ทิ้งรอยแผลเป็นให้เห็นด้วย

การเลือกเทคนิคขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายประการ ทั้งรูปแบบผมร่วงในผู้ชายและผู้หญิง ผลลัพธ์ที่ต้องการ รวมถึงความชำนาญของแพทย์ที่ทำการรักษา แต่สิ่งสำคัญที่สุดก็คือ ควรไปปรึกษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อประเมินหาเทคนิคที่เหมาะสมในแต่ละคนก่อน เพื่อผลลัพธ์การรักษาที่มีประสิทธิภาพสูงสุด

จบปัญหาผมร่วงศีรษะล้านที่ Bangkok Hair Clinic

ได้รู้กันไปแล้วว่า เหตุใดผมบางในผู้ชายจึงพบได้มากกว่าผู้หญิง และไม่ว่าผู้ชายหรือผู้หญิงที่ประสบปัญหาก็สามารถมาปรึกษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญของเราได้ที่ Bangkok Hair Clinic คลินิกปลูกผมและรักษาผมบางระดับพรีเมียม ที่พร้อมให้บริการและวางแผนการรักษาอย่างมืออาชีพ ด้วยเครื่องมือและเทคโนโลยีอันทันสมัยครบครัน สามารถติดต่อได้ทาง Line: @bangkokhairclinic (มี @ ด้วย) หรือโทร. 02 118 7386, 064 196 3539 หรือส่งอีเมลมาที่ bangkokhairclinic@gmail.com

lineline messagemessage callcall