fb pixel
Line facebook instagram linkedin

วันอังคาร - อาทิตย์ 10:00 - 19:00
ติดต่อ 064 196 3539

เปลี่ยนลุคอย่างมั่นใจด้วย10 ทรงผมผู้ชายยอดฮิต 2026

อัปเดต 10 เทรนด์ทรงผมผู้ชายปี 2026 ตั้งแต่ผมสั้น Buzz Cut ไปจนถึงผมยาวสไตล์ Surfer พร้อมเทคนิคเลือกให้เข้ากับรูปหน้า เสริมให้ลุคดูดี และดูแลง่าย

Key takeaway
เทรนด์ทรงผมผู้ชายปี 2026 มาพร้อมแนวคิด “Effortless & Texture” ที่เน้นความดูดีอย่างเป็นธรรมชาติ ทั้งยังต้องดูแลรักษาง่าย และดึงจุดเด่นของโครงสร้างเส้นผมออกมา ไม่ว่าจะเป็นความเนี้ยบแบบ Two Block หรือความเซอร์แบบ Long Shag ส่วนกุญแจสู่ความสำเร็จต้องไม่ใช่แค่การตามกระแส แต่คือการเลือกทรงที่ช่วยปรับสมดุล “รูปหน้า” และตอบโจทย์ “ไลฟ์สไตล์” เฉพาะบุคคล อย่างไรก็ตาม องค์ประกอบสำคัญที่จะทำให้ทุกทรงผมออกมาสมบูรณ์แบบคือสุขภาพและปริมาณของเส้นผมที่เพียงพอ ร่วมกับการดูแลรักษาแนวผม (Hairline) ให้แข็งแรงหรือการแก้ไขปัญหาผมบาง จึงเป็นขั้นตอนสำคัญพื้นฐานที่ช่วยเปิดโอกาสให้คุณสามารถออกแบบและสนุกกับสไตล์ความเป็นตัวเองได้อย่างมั่นใจที่สุด

ทรงผมคือหนึ่งในองค์ประกอบสำคัญที่สะท้อนบุคลิก ความมั่นใจ และไลฟ์สไตล์ของผู้ชายแต่ละคน โดยเฉพาะในยุคปัจจุบันที่แนวคิดเรื่องความหลากหลายของตัวตนและการใช้ชีวิตในรูปแบบของตัวเองเริ่มมีบทบาทมากขึ้น เทรนด์ทรงผมผู้ชาย 2026 จึงไม่ได้จำเป็นต้อง “เนี้ยบ” หรือ “เป๊ะ” เพียงอย่างเดียวอีกต่อไป แต่ขยับมาให้ความสำคัญกับความเป็นธรรมชาติของเส้นผม ความเหมาะสมกับรูปหน้า และความสะดวกในการดูแลในชีวิตประจำวัน บางคนเลือกทรงผมผู้ชายสั้น เพื่อความคล่องตัวและดูแลรักษาง่าย ขณะที่อีกหลายคนหันมาสนใจทรงผมผู้ชายยาวแบบมีเลเยอร์ เพื่อสะท้อนตัวตน ความคิดสร้างสรรค์ และอิสระในการใช้ชีวิต

สำหรับหนุ่ม ๆ คนไหนที่มีแผนอยากลองเปลี่ยนลุคในปีนี้ บทความนี้จะพาไปเจาะลึก 10 ทรงผมผู้ชายที่ “มาแน่” ในปี 2026 แบ่งเป็นผมสั้นและผมยาว พร้อมคู่มือการเลือกทรงให้เข้ากับรูปหน้า เพื่อให้คุณเดินเข้าร้านตัดผมได้อย่างมั่นใจ

5 ทรงผมผู้ชายสั้นยอดฮิตในปี 2026

ผมสั้นยังคงเป็น King of Convenience สำหรับผู้ชายไทย ด้วยสภาพอากาศที่ร้อนชื้น และตอบโจทย์ความคล่องตัวในการใช้ชีวิต แต่ทรงผมผู้ชายสั้นในปี 2026 จะไม่ใช่แค่การไถเกรียนธรรมดา แต่มีการเล่นระดับและดีเทลที่ซับซ้อนขึ้น

1. Buzz Cut : ดิบ เท่ และเผยความมั่นใจ

ทรงผมผู้ชายสั้นที่ดูเหมือนจะง่ายที่สุดแต่กลับต้องการความมั่นใจสูงสุดอย่างทรง Buzz Cut กลับมาทวงบัลลังก์อีกครั้งในปี 2026 ในฐานะสัญลักษณ์ของความ Masculine ที่ดิบและเท่

  • ลักษณะเด่น : การตัดสั้นเกรียนติดหนังศีรษะทั่วทั้งศีรษะ หรืออาจมีการเฟดไล่ระดับด้านข้างเล็กน้อยเพื่อให้ดูมีมิติ (Fade Buzz Cut)
  • เหมาะกับใคร : ผู้ชายที่มีรูปศีรษะสวย ทุย โครงหน้าชัด และที่สำคัญคือต้องมีแนวผม (Hairline) ที่ค่อนข้างสมบูรณ์ เพราะทรงนี้จะเปิดเผยทุกส่วนของหนังศีรษะ
  • การดูแล : ง่ายที่สุดในบรรดาทุกทรง แทบไม่ต้องเซต แค่สระและเช็ดก็แห้งทันที แต่ต้องขยันไปเล็มผมทุก 2-3 สัปดาห์เพื่อรักษาทรง

2. Crew Cut และ Ivy League : ความคลาสสิกแบบ Old Money

หาก Buzz Cut ดูดุดันเกินไป Crew Cut และ Ivy League คือทรงผมผู้ชายสั้นที่ช่วยขับลุคสุภาพและดูแพง สไตล์หนุ่มนักเรียนนอก (Preppy Look)

  • ลักษณะเด่น : ด้านข้างตัดสั้นหรือเฟดไล่ระดับ ส่วนด้านบนจะมีความยาวเหลือให้หวีปัดได้เล็กน้อย โดยเฉพาะด้านหน้า สำหรับ Ivy League จะมีความยาวด้านหน้ามากกว่า Crew Cut เล็กน้อยเพื่อให้สามารถแสกข้างหรือเสยขึ้นได้
  • เหมาะกับใคร : หนุ่มออฟฟิศ นักธุรกิจ หรือผู้ที่ต้องการลุคที่ดู Professional ตลอดเวลา เข้าได้กับเกือบทุกรูปหน้า
  • การเซต : ใช้ Pomade หรือ Wax ปริมาณเล็กน้อย จัดแต่งทรงให้ดูเรียบร้อยแต่ไม่ต้องแข็งทื่อจนเกินไป

3. French Crop / Textured Crop : ทางรอดของผู้ชายยุคใหม่

นี่คือทรงผมผู้ชายสั้นที่ได้รับความนิยมพุ่งสูงขึ้นเรื่อย ๆ และยังคงมาแรงในปี 2026 เพราะเป็นทรงที่แก้ไขจุดบกพร่องเรื่องหน้าผากกว้างได้ดีเยี่ยม

  • ลักษณะเด่น : ด้านข้างและด้านหลังตัดสั้นแบบ Fade จุดเด่นคือผมด้านบนที่มีความยาวปานกลางและมีการซอย Texture ให้ดูยุ่ง ๆ เล็กน้อย ส่วนผมหน้าม้าจะตัดตรงหรือซอยสั้นลงมาปิดหน้าผาก
  • เหมาะกับใคร : ผู้ชายที่มีหน้าผากกว้าง หรือมีปัญหาผมเถิกบริเวณมุมหน้าผาก (M-Shape Receding) และต้องการตัดผมทรงที่เหมาะกับคนหัวเถิก ที่สามารถช่วยพรางสายตาได้ดีเยี่ยม รวมถึงผู้ชายสายสตรีทแฟชั่นก็เหมาะกับผมทรงนี้ 
  • การเซต : ขาดไม่ได้คือ Styling Powder (แป้งโรยผม) หรือ Matte Clay เพื่อสร้าง Texture ให้ผมดูมีวอลลุ่มแบบด้าน ๆ ไม่เงา

4. Modern Spiky : สนุก ซ่า และดูมีพลัง

การกลับมาของแฟชั่นยุค 2000s (Y2K) ส่งผลให้ทรงผมผู้ชายสั้นแบบ “หัวตั้ง” หรือผมชี้ กลับมาได้รับความนิยมอีกครั้ง แต่ในเวอร์ชันปี 2026 นี้จะลดความแข็งทื่อของเจลลง เปลี่ยนเป็นความฟุ้งและ Texture ที่ดูเป็นธรรมชาติมากขึ้น

  • ลักษณะเด่น : ด้านข้างตัดสั้นแบบ Fade เพื่อความสะอาดตา ส่วนด้านบนมีความยาวประมาณ 2-3 นิ้ว และเซตให้ชี้ขึ้นแบบไม่ได้ตั้งใจ (Messy Spiky) ไม่ใช่แบบหนามทุเรียนที่เรียบกริบ แต่เป็นการจับช่อให้ดูมี Movement
  • เหมาะกับใคร : ทรงนี้เข้ากับผู้ชายที่มี ใบหน้ากลมหรือหน้าสั้น เพราะการเซตผมชี้ตั้งจะช่วยเพิ่มความยาวในแนวตั้ง ให้ใบหน้าดูเรียวขึ้นได้ทันที และเหมาะมากสำหรับคนที่มี ผมเส้นใหญ่และหนา ซึ่งมักจะชี้ฟูอยู่แล้ว แต่ผมทรงนี้จะเปลี่ยนข้อด้อยให้กลายเป็นสไตล์ได้อย่างลงตัว
  • การเซต : หัวใจสำคัญคือการใช้ Matte Clay หรือ Wax เนื้อด้าน ขยี้ผลิตภัณฑ์ให้ทั่วฝ่ามือแล้ว “ขยุ้ม” ที่โคนผมให้ตั้งขึ้น จากนั้นใช้นิ้วบิดปลายผมทีละช่อเพื่อสร้างริ้วลาย

5. The Caesar Cut : ความเท่ระดับตำนานที่ช่วยพรางสายตา

หากคุณมองหาทรงผมผู้ชายสั้นที่ดูแลง่ายรองลงมาจาก Buzz Cut แต่ยังดูมีสไตล์และเป็นผู้ดี Caesar Cut คือคำตอบ ทรงนี้ตั้งชื่อตามจักรพรรดิ Julius Caesar และกลับมาฮิตอีกครั้งในปี 2026 ด้วยกระแส Minimalism

  • ลักษณะเด่น : ผมทั่วศีรษะจะถูกตัดให้สั้นเสมอกัน (ประมาณ 1-2 นิ้ว) จุดสังเกตสำคัญคือ “ผมหน้าม้า” ที่ตัดสั้นเต่อและหวีปาดลงมาด้านหน้าตรง ๆ ไม่มีการซอยปลายให้ยุ่งเหมือน French Crop
  • เหมาะกับใคร : ผมทรงนี้คือ Hero สำหรับผู้ชายที่มีปัญหา ผมบาง หรือ หน้าผากเถิกลึก เพราะการหวีผมลงมาด้านหน้าจะช่วยปิดแนวผมได้อย่างแนบเนียนและดูตั้งใจ นอกจากนี้ยังเหมาะกับหนุ่มหน้ายาวเพราะหน้าม้าตัดตรงช่วยลดสัดส่วนความยาวของใบหน้าได้
  • การเซต : ง่ายและรวดเร็ว เพียงแค่เป่าให้แห้งแล้วใช้ Paste หรือ Cream เพียงเล็กน้อย จากนั้นลูบผมให้เรียงตัวมาด้านหน้า ก็พร้อมออกจากบ้านได้ทันที

5 ทรงผมผู้ชายยาวที่มาแรงในปี 2026

หมดยุคของผมยาวที่ดูรุงรัง เพราะเทรนด์ทรงผมยาวของผู้ชายในปี 2026 จะเน้นความเป็นอิสระ สุขภาพผมที่ดี และจัดทรงอย่างมีศิลปะ

1. Shoulder-Length Layered Hair : ผมประบ่าเลเยอร์สวย

ทรงผมผู้ชายยาวทรงนี้ให้ลุคเหมือนพระเอกภาพยนตร์ยุค 90s อย่าง Keanu Reeves ที่ดูมีเสน่ห์ลึกลับ ชวนให้ค้นหา

  • ลักษณะเด่น : ผมยาวระต้นคอหรือประบ่า ที่มีการสไลด์ไล่ระดับ เพื่อไม่ให้ผมดูหนาหนักหรือทื่อเกินไป ปลายผมจะดูพลิ้วไหว
  • เหมาะกับใคร :  ผู้ชายที่มีผมหนาและเส้นใหญ่ การทำเลเยอร์จะช่วยลดความพองฟู ทำให้จัดทรงง่ายขึ้น
  • การดูแล : เน้นการบำรุงด้วยครีมนวดผมและทรีตเมนต์ เพื่อไม่ให้ปลายผมแห้งแตก

2. Long Textured Waves : ลอนคลื่นธรรมชาติ

สำหรับผู้ชายที่มีผมหยักศกธรรมชาติ ปี 2026 คือปีของคุณ ไม่จำเป็นต้องยืดผมอีกต่อไป เพราะด้วยทรง Long Textured Waves คุณจะสามารถดูดีในลุคผมหยิกได้อย่างมั่นใจ

  • ลักษณะเด่น : ปล่อยความยาวระดับกลางถึงยาว และเน้นโชว์ลอนผมตามธรรมชาติ การตัดแต่งจะเน้นเอาความหนาออกเพื่อให้ลอนจับตัวสวย
  • เหมาะกับใคร : ผู้ชายผมหยักศก หรือผู้ชายผมตรงที่ดัดวอลลุ่มเพื่อเปลี่ยนลุคให้ดูขี้เล่น
  • การเซต : ใช้ Sea Salt Spray ฉีดตอนผมหมาดแล้วขยำเบา ๆ ปล่อยให้แห้งเองจะได้ลุค Beachy Vibe ที่ดูเท่มาก

3. Long Slick Back : มาดเข้มแบบผู้นำ

ทรงผมผู้ชายยาวที่เสยเรียบไปด้านหลัง ให้ลุคที่ดูดุดัน จริงจัง และทรงพลัง

  • ลักษณะเด่น : ผมด้านหน้าและด้านบนมีความยาวมากพอที่จะหวีเสยไปด้านหลังจนถึงท้ายทอย อาจจะไถเปิดข้าง (Undercut) หรือไว้ข้างยาวแล้วเสยเก็บก็ได้
  • เหมาะกับใคร : ผู้ชายหน้าผากสวย และต้องการลุคที่ดูเนี้ยบแบบ Bad Boy หรือลุคนักธุรกิจสายลุย
  • การเซต : ต้องใช้ Gel หรือ Pomade ที่มีแรงยึดเกาะสูง เพื่อเก็บผมไม่ให้ตกลงมาปรกหน้าระหว่างวัน

4. Man Bun / Half-Up Half-Down : ฟังก์ชันผสานแฟชั่น

ทรงผมผู้ชายยาวยอดฮิตสำหรับหนุ่มผมยาวที่ต้องการความทะมัดทะแมง หรืออยู่ในช่วงไว้ผมยาวเพื่อรอเปลี่ยนลุคเป็นทรงอื่นแล้วผมเริ่มแทงตา

  • ลักษณะเด่น:
    • Man Bun : รวบตึงเป็นมวยไว้ด้านหลังหรือกลางศีรษะ
    • Half-Up : รวบเฉพาะผมครึ่งบน ส่วนครึ่งล่างปล่อยยาว ให้ลุคที่ดูเหมือนซามูไร หรือศิลปิน
  • เหมาะกับใคร : หนุ่มติสต์ สายลุย หรือคนที่ต้องทำกิจกรรมที่ต้องการความคล่องตัวแต่ไม่อยากตัดผมสั้น
  • ข้อควรระวัง : อย่ารัดผมแน่นเกินไป เพราะอาจทำให้แนวผมด้านหน้าถอยร่นได้ในระยะยาว

5. Long Shag / Bro Flow / Surfer Look : พลิ้วไหวไปตามลม

สไตล์ที่ดูเหมือน “เพิ่งตื่นนอนก็หล่อเลย” แต่แฝงไปด้วยการตัดแต่งที่ประณีต

  • ลักษณะเด่น : ผมยาวระดับปานกลางที่หวีเสยไปด้านหลังแบบหลวม ๆ ไม่เรียบแปล้ ปลายผมงอนออกเล็กน้อย
  • เหมาะกับใคร : ผู้ชายที่มีเส้นผมสุขภาพดี มีน้ำหนัก ทรงนี้จะช่วยขับเน้นโครงหน้าให้ดูซอฟต์ลง แต่ยังคงความเท่แบบจัดเต็ม
  • การเซต : แทบไม่ต้องใช้อุปกรณ์เยอะ เพียงแค่เสยผมด้วยมือบ่อย ๆ เพื่อสร้าง Flow ตามธรรมชาติ
Man Bun คือทรงผมผู้ชายยาวที่ตอบโจทย์ความทะมัดทะแมง

วิธีเลือกทรงผมผู้ชาย 2026 ให้เข้ากับรูปหน้าและไลฟ์สไตล์

สิ่งที่สำคัญยิ่งกว่าการรู้เทรนด์ทรงผมผู้ชายในปี 2026 คือการเลือกสิ่งที่ “ใช่” สำหรับตัวเอง โดยมีหลักการวิเคราะห์ง่าย ๆ เพื่อให้คุณได้ทรงผมที่ลงตัวที่สุด

1. วิเคราะห์ตามรูปหน้า 

  • หน้าเหลี่ยม (Square) และ หน้ากลม (Round) : โจทย์คือต้องลบความกว้างและเหลี่ยมมุม หรือเพิ่มความยาวให้ใบหน้า
    • คำแนะนำ : ควรเน้นทรงที่มี “วอลลุ่มหรือความสูงด้านบน” เพื่อดึงสายตาในแนวตั้งและลดความกว้างของใบหน้า ทรงผมผู้ชายสั้น Modern Spiky ที่เซตให้ชี้ตั้ง หรือ Crew Cut / Ivy League จะช่วยยืดใบหน้าให้ดูยาวและมีมิติขึ้น หรือหากชอบผมยาว Long Slick Back ที่เสยเปิดหน้าผากก็จะช่วยให้หน้าดูสว่างและยาวขึ้นได้
  • หน้ายาว (Oblong) และ หน้าเรียว/หน้ารูปไข่ (Oval) : โจทย์คือต้องระวังไม่ให้หน้าดูยาวจนเกินไป
    • คำแนะนำ : หลีกเลี่ยงทรงที่ไถข้างสั้นเตียนเกินไปหรือยกโคนด้านบนสูงเวอร์ ควรเลือกทรงที่มี “ผมหน้าม้า” เพื่อปิดพื้นที่หน้าผากและตัดทอนความยาวใบหน้า เช่น The Caesar Cut หรือ French Crop ที่มีหน้าม้าชัดเจน หรือเลือกทรง Two Block & Comma Hair ที่ช่วยสร้างมิติช่วงหน้าผากให้ดูสมดุล ไม่ดูหน้าตอบจนเกินไป

2. เลือกตามไลฟ์สไตล์และอาชีพ 

  • หนุ่มออฟฟิศที่เน้นความ Professional : ความน่าเชื่อถือคือหัวใจหลัก ทรงผมต้องดูสะอาดตา ไม่รุงรัง
    • ทรงแนะนำ : Crew Cut และ Ivy League คือตัวเลือกที่ปลอดภัยและดูดีที่สุด ให้ลุคผู้บริหารรุ่นใหม่ หรือ Two Block & Comma Hair ที่เซตแบบเปิดหน้าผากเล็กน้อยก็ดูสุภาพและทันสมัย ส่วนใครที่ไว้ผมยาว ควรเลือกทำทรงผมผู้ชายยาวอย่าง Man Bun ที่รวบเก็บตึงให้เรียบร้อย หรือเซตแบบ Long Slick Back เพื่อไม่ให้ผมปรกหน้าเสียบุคลิก
  • หนุ่มสายแฟชั่นและงานครีเอทีฟ : พื้นที่ที่สามารถแสดงตัวตนได้อย่างเต็มที่
    • ทรงแนะนำ : ฉีกกฎเกณฑ์เดิม ๆ ด้วย Buzz Cut สำหรับลุคที่ดูดิบ เท่ และมั่นใจขั้นสุด หรือเลือก Modern Spiky ที่กำลังอินเทรนด์เพื่อโชว์ความสนุกสนาน ส่วนหนุ่มผมยาว Long Shag / Bro Flow และ Long Textured Waves ก็เป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับช่วยเสริมลุคให้ดูเป็นศิลปิน เปี่ยมความคิดสร้างสรรค์

 อย่างไรก็ตาม การออกแบบทรงผมให้ดูดีในระยะยาวนั้นไม่ได้จบแค่การตัดหรือการเซต แต่ยังรวมถึงการวางแผนดูแลแนวผม ความหนาแน่น และทิศทางของเส้นผมให้สอดคล้องกับโครงหน้าและไลฟ์สไตล์ โดยเฉพาะผู้ที่เริ่มมีปัญหาผมบาง ผมร่วง หรือแนวผมถอย การแก้ไขตั้งแต่ระยะเริ่มต้นจะช่วยเปิดทางเลือกของทรงผมได้มากขึ้น ทั้งทรงผู้ชายผมสั้นและทรงผู้ชายผมยาว

 สำหรับผู้ที่มองหาทางเลือกในการดูแลแนวผมอย่างถูกวิธี Bangkok Hair Clinic ให้บริการปลูกผม DHI ราคาสมเหตุสมผล เน้นการออกแบบแนวผมให้กลมกลืนกับเส้นผมเดิม เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการปรับแนวผมหรือเพิ่มความหนาแน่น โดยคำนึงถึงโครงหน้าและทิศทางผมในระยะยาว  สามารถนัดเข้ารับคำปรึกษาเพื่อพูดคุยแนวทางการดูแลและการปลูกผม DHI ได้เลยวันนี้ที่ Bangkok Hair Clinic 

ข้อมูลอ้างอิง

  1. The 8 Men’s Haircut Trends That Will Be Huge in 2026, From the Baby Mullet to the Army-Grade Buzzcut. สืบค้นเมื่อวันที่ 26 มกราคม 2569 จาก https://www.esquire.com/uk/style/a69528635/mens-haircut-trends-2026/
  2. The Best Men’s Hair Trends of 2026. สืบค้นเมื่อวันที่ 26 มกราคม 2569 จาก https://www.gq.com/story/best-hair-trends-for-men-2026

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับเทรนด์ทรงผมผู้ชายปี 2026 (FAQs)

Q : หากมีปัญหาผมบางหรือหน้าผากเถิกลึก จะสามารถตัดทรงตามเทรนด์ปี 2026 ได้หรือไม่ ?

A : สามารถทำได้ โดยควรเลือกทรงที่ช่วยพรางจุดบกพร่องด้วยเทคนิคการตัดและเซต เช่น ทรง French Crop หรือ Caesar Cut ที่มีการไว้ยาวด้านบนและหวีปาดมาด้านหน้าเพื่อปิดแนวผม อย่างไรก็ตาม หากพื้นที่ผมบางมีบริเวณกว้างจนการจัดทรงไม่สามารถปกปิดได้มิดชิด การปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินแนวทางการรักษาหรือปลูกผมอาจเป็นทางออกที่ยั่งยืนกว่า

Q : การมัดผมแน่น ๆ หรือเซตผมทรง Man Bun บ่อย ๆ จะทำให้ผมร่วงจริงหรือไม่ ?

A : มีส่วนจริง หากมีการรวบผมที่แน่นจนเกินไปเป็นระยะเวลานาน จะเกิดแรงดึงรั้งที่รากผมบริเวณหน้าผากและขมับ ซึ่งอาจนำไปสู่ภาวะผมร่วงจากการดึงรั้ง (Traction Alopecia) ได้ ในระยะยาวอาจทำให้แนวผมถอยร่นถาวร แนะนำให้มัดแบบหลวม ๆ สลับกับการปล่อยผม และไม่ควรมัดตึงตลอด 24 ชั่วโมง

Q : ผลิตภัณฑ์จัดแต่งทรงผมประเภทใดที่จำเป็นที่สุดสำหรับเทรนด์ปี 2026 ?

A : เนื่องจากเทรนด์ทรงผมผู้ชายปี 2026 เน้นความเป็นธรรมชาติ (Natural Look) และ Texture ที่ดูไม่มันเยิ้ม ผลิตภัณฑ์ที่ควรมีติดตู้คือ Sea Salt Spray (สเปรย์น้ำเกลือ) สำหรับฉีดเพิ่มวอลลุ่มและความพองก่อนไดร์, Matte Clay หรือ Wax เนื้อด้าน สำหรับจัดทรงผมสั้นที่ไม่ต้องการความเงา และ Styling Powder (แป้งโรยผม) ที่ช่วยยกโคนผมให้ดูหนาขึ้นทันที ซึ่งเหมาะมากสำหรับคนผมเส้นเล็ก

Q : ความถี่ในการตัดผมที่เหมาะสม เพื่อรักษาทรงผมให้ดูดีอยู่เสมอควรอยู่ที่กี่วัน ?

A : ขึ้นอยู่กับความสั้น-ยาวของทรงผม หากเป็นทรงผมผู้ชายสั้นที่มีการไถเฟด หรือ Buzz Cut ควรตัดซ้ำทุก 2-3 สัปดาห์ เพื่อเก็บทรงให้คมชัด ส่วนทรงผมยาวปานกลางถึงยาวมาก เช่น Two Block สามารถเว้นระยะได้นานขึ้นเป็น 4-6 สัปดาห์ เพื่อเล็มปลายผมและจัดทรงให้เข้าที่

Q : การนำรูป “Ref” (Reference) ให้ช่างดู สำคัญแค่ไหน และควรเลือกรูปอย่างไร ?

A : สำคัญมาก เพราะคำนิยามของคำว่า “สั้น” หรือ “เท่” ของแต่ละคนไม่เท่ากัน การมีรูปอ้างอิงช่วยลดความผิดพลาดในการสื่อสารได้ดีที่สุด วิธีเลือกรูปที่ดีควรเลือกจากนายแบบที่มี “โครงหน้า” และ “สภาพเส้นผม” ใกล้เคียงกับเรา (เช่น หากผมหยิก ไม่ควรเอารูปคนผมตรงไปให้ช่างดูโดยตรง เว้นแต่จะยินดีดัดหรือยืดผมเพิ่ม) เพื่อให้ช่างประเมินความเป็นไปได้ในการตัดจริง




ปรึกษาแพทย์ฟรี วันนี้

    lineline messagemessage callcall