fb pixel
Line facebook instagram

วันอังคาร - อาทิตย์ 10:00 - 20:00
ติดต่อ 064 196 3539

LGBTQ ควรรักษาผมบางด้วยวิธีไหน ใช้ยาปลูกผมหรือปลูกผมถาวร?

เรื่อง “ผม” และ “ขน” เป็นปัญหาใหญ่ที่ไม่ว่าใครก็แคร์ เพราะเป็นองค์ประกอบที่ช่วยเสริมสร้างภาพลักษณ์และความมั่นใจในสไตล์ที่เป็นคุณ อย่างไรก็ตาม เนื่องจากแต่ละคนมีข้อจำกัดที่ไม่เหมือนกัน บางคนผมบาง อยากให้ผมขึ้นจะได้ไว้ผมยาว แต่ไม่ชอบให้ขนตามร่างกายขึ้นด้วย หรือบางคนอาจจะอยากได้ทั้งผมและขนเพื่อลุคที่ดูคมเข้มแต่ร่างกายยังผลิตฮอร์โมนเพศชายได้ไม่พอ วันนี้เราจึงจะพาไปไขข้อข้องใจว่า ถ้าหากคนข้ามเพศ รวมไปถึง LGBTQ ที่ประสบปัญหาผมร่วง หัวล้าน หัวเถิก ควรรับมือด้วยวิธีไหนจึงจะได้ผมที่ดกดำ แต่กระทบต่อขนและฮอร์โมนน้อยที่สุด ระหว่างการรับประทานยาหรือการปลูกผมถาวร ใครอยากรู้ ไปหาคำตอบพร้อม ๆ กันได้เลย

LGBTQ ปลูกผมถาวร

สาเหตุของอาการผมบางที่คุณต้องรู้ก่อนเลือกวิธีรักษา

อาการผมร่วง ผมบาง มีที่มาจากหลายสาเหตุด้วยกัน ทั้งเกิดจากความเครียด การทำผม หรือการใช้ยาบางชนิด สามารถแก้ไขได้โดยรักษาตามอาการหรือหยุดใช้ยา แต่โดยส่วนมากคุณผู้ชายจะมีสาเหตุการหลุดร่วงมาจากพันธุกรรม เนื่องจากมีระดับฮอร์โมน DHT (Dihydrotestosterone) สูงเกินไป จึงทำให้รากเส้นผมย่อขนาดตัวลงจากภาวะ miniaturisation โดยเส้นผมที่งอกขึ้นมาใหม่จะมีขนาดเล็กลง และหลุดร่วงง่าย โดยบริเวณแนวผมด้านหน้าจะค่อยๆร่นถอยเป็นรูปตัว M และบริเวณกลางศีรษะ หรือกลางกระหม่อมบางลงจนเห็นหนังศีรษะ หรือเรียกว่าหัวล้านนั่นเอง คุณอาจต้องพึ่งยาปลูกผมหรือการปลูกผมถาวร ซึ่งก่อนจะตัดสินใจเลือกวิธีรักษา ควรไปพบแพทย์เพื่อหาสาเหตุ และดูความรุนแรงของอาการแต่ละบุคคลที่แท้จริงก่อน จะได้เกิดผลข้างเคียงต่อร่างกายน้อยที่สุด

ทางเลือกที่ 1 ใช้ยาปลูกผม

ในปัจจุบันมียาปลูกผมที่อนุมัติให้ใช้ในทางการแพทย์ 2 ชนิดด้วยกัน โดยทั้งสองตัวจะส่งผลโดยตรงต่อฮอร์โมน เพื่อช่วยออกฤทธิ์กระตุ้นการงอกของเส้นผม ดังนี้

Finasteride

เป็นยารับประทาน โดยในขนาด 5 mg จะใช้สำหรับรักษาโรคต่อมลูกหมากโต แต่ในการรักษาโรคผมร่วงตามกรรมพันธุ์จะใช้เป็นขนาด 1mg เพื่อออกฤทธิ์ยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ 5 Alpha Reductase ซึ่งจะทำให้ระดับฮอร์โมน DHT (Dihydrotestosterone) ลดลง จึงช่วยกระตุ้นให้ผมงอกใหม่ และป้องกันอาการผมร่วงได้

  • ข้อดี: เป็นทางเลือกที่ง่าย สะดวก และไม่เจ็บตัว สามารถแก้ปัญหาอาการผมบางที่มีสาเหตุมาจากฮอร์โมนหรือกรรมพันธุ์ได้ตรงที่สุด
  • ข้อเสีย: มีผลข้างเคียงคืออาจทำให้วิงเวียนศีรษะ หัวใจเต้นเร็ว หายใจไม่สะดวก หย่อนสมรรถภาพทางเพศ ความต้องการทางเพศลดลงในผู้ใช้ประมาณ 1-2%
  • ข้อควรระวัง: ใช้ได้เฉพาะในเพศชายเท่านั้น เพราะมีฤทธิ์ยับยั้งฮอร์โมนเพศ

Minoxidil

เป็นยาที่มีรูปแบบทานและทา โดยสามามารถใช้ควบคู่กันได้ มีฤทธิ์โดยการช่วยขยายหลอดเลือดให้ออกซิเจนไปเลี้ยงรากผม จึงกระตุ้นให้ผมขึ้นใหม่

  • ข้อดี: ใช้ง่าย สะดวก เพียงแค่ทานหรือหยดและนวดที่หนังศีรษะ ไม่เจ็บตัว สามารถช่วยให้เส้นผมมีขนาดใหญ่ขึ้นและดกดำขึ้น หากต้องการให้ขนขึ้นบริเวณใดก็หยอดยาที่ส่วนนั้นได้
  • ข้อเสีย: อาจทำให้ระคายเคืองผิวหนัง แสบร้อน ผิวลอก มือรวม เท้าบวม เป็นผื่นแพ้ หรือมีขนขึ้นตามใบหน้า และหากหยุดยาก็อาจทำให้ผมกลับมาบางอีก

ข้อควรระวังสำหรับ LGBTQ

ความจริงทุกคนควรปรึกษาแพทย์ก่อน ไม่ควรซื้อยามาใช้เอง เพราะอาจเป็นอันตรายต่อร่างกาย แต่สำหรับ LGBTQ อย่าลืมคำนึงถึงผลข้างเคียงเรื่องการขึ้นของขนในบริเวณที่ไม่ต้องการด้วย เช่น เครา ไรหนวด

LGBTQ ควรใช้ยาปลูกผมหรือปลูกผมถาวร

ทางเลือกที่ 2 ปลูกผมถาวร

หากใครพิจารณาแล้วว่า การใช้ยาปลูกผมอาจยังไม่ใช่โซลูชันที่ต้องการ เพราะไม่อยากรับมือกับผลข้างเคียง และยังกลัวว่าหากหยุดยาจะทำให้กลับมาหัวเถิกหรือผมร่วงอีกครั้ง ในปัจจุบันก็มีเทคนิคการปลูกผมถาวรที่พัฒนาไปมากจนสามารถปลูกผมขึ้นเป็นธรรมชาติ และให้ผลลัพธ์ที่ดีในระยะยาว

3 เทคนิคปลูกผมถาวรที่เหมาะกับคุณ

การปลูกผมมีอยู่ด้วยกันหลายเทคนิค แนะนำให้คุณศึกษารายละเอียดคร่าว ๆ และไปปรึกษาแพทย์เพื่อเลือกวิธีที่เหมาะกับสภาพหนังศีรษะคุณที่สุด

  • เทคนิค FUT เป็นการผ่าตัดแบบไม่ต้องใช้ยาสลบเพื่อเอาหนังศีรษะด้านหลังบริเวณท้ายทอย (Donor Area) ซึ่งรากผมมีความแข็งแรงที่สุด มาปลูกในบริเวณที่ต้องการ
  • เทคนิค FUE เป็นเทคนิคการปลูกผมที่ไม่จำเป็นต้องตัดหนังศีรษะ แต่จะใช้ Forceps ย้ายเส้นผมที่มีเซลล์รากผมจากบริเวณท้ายทอยไปปลูกยังบริเวณที่ต้องการ
  • เทคนิค DHI มีความคล้ายคลึงกันกับการปลูกผมเทคนิค FUE แต่จะใช้ปากกา DHI Implanter ในการย้ายรากผม จึงถนอมเส้นผมมากกว่า อัตราการติดสูง และปลูกผมขึ้นเป็นธรรมชาติที่สุด

ข้อดี – ข้อเสียของการปลูกผมถาวร

  • ข้อดี: ได้แนวผมเป็นธรรมชาติเฉพาะบริเวณที่ต้องการ จึงช่วยปรับกรอบหน้าให้ดูมีความ feminine หรือ masculine ได้ อัตราการงอกของเส้นผมสูง สามารถปลูกได้ไม่ว่าจะผมยาวหรือผมสั้น ไม่ต้องกังวลเรื่องขนหรือผลข้างเคียงจากยา และรากผมเจริญเติบโตแข็งแรงถาวร เสมือนการย้ายเส้นผมไปปลูกอีกที่หนึ่งเลย
  • ข้อเสีย: อาจรู้สึกเจ็บนิดหน่อย ใช้เวลาปลูกผมหลายชั่วโมง ต้องมีการโกนผมหรือตัดหนังศีรษะบริเวณท้ายทอย และมีค่าใช้จ่ายสูงกว่าการใช้ยา แต่หลังจากทำเสร็จสามารถกลับไปใช้ชีวิตปกติได้เร็วและได้ผลลัพธ์ถาวร

ข้อควรระวัง

  • แต่ละเทคนิคเหมาะกับสภาพหนังศีรษะที่ไม่เหมือนกัน หากผมบางมากอาจไม่เหมาะกับเทคนิค DHI แต่ควรใช้ DHI เสริมกับเทคนิคอื่น
  • ต้องปลูกกับแพทย์ที่มีความชำนาญ เพื่อผลลัพธ์การงอกที่สูง
  • ปรึกษาแพทย์ก่อนทุกครั้งหากมีโรคประจำตัว

เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนขึ้น Bangkok Hair Clinic ได้ทำตารางเปรียบเทียบมาให้แล้ว ดังนี้

  ยาปลูกผม ปลูกผมถาวร
ข้อดี
  • ใช้ง่าย สะดวก
  • ไม่เจ็บ
  • ราคาถูกกว่าการปลูกผม
  • ได้ผลลัพธ์เป็นธรรมชาติและถาวร
  • ออกแบบแนวผมให้เข้ากับบุคลิกภาพได้
  • ไม่มีผลข้างเคียงจากยา ขนไม่ขึ้นในบริเวณอื่น ไม่ปรับฮอร์โมนเพศ
  • พักฟื้นไม่นาน ใช้ชีวิตปกติได้เร็ว
ข้อเสีย
  • มีผลข้างเคียงจากการใช้ยา เช่น แสบร้อน ผื่นแพ้ อาเจียน วิงเวียนศีรษะ หย่อนสมรรถภาพทางเพศ
  • อาจทำให้ขนขึ้นในบริเวณอื่นของร่างกาย
  • หากหยุดยาอาจกลับมาผมบาง
  • อาจเจ็บเล็กน้อยและใช้เวลาในการปลูกผม
  • ต้องโกนผมหรือตัดหนังศีรษะบริเวณท้ายทอย
  • มีราคาสูง
เหมาะกับใคร
  • ผู้ที่มีปัญหาผมร่วง ผมบางจากฮอร์โมนหรือกรรมพันธุ์
  • ทุกคนที่ต้องการปลูกผม โดยเฉพาะ LGBTQ และผู้ที่กังวลเรื่องฮอร์โมนและขนตามร่างกาย

เรื่องของการเสริมบุคลิกภาพและความมั่นใจนั้นไม่มีข้อจำกัดทางเพศ และทุกคนสามารถปลูกผมเพื่อเติมเสน่ห์ให้กับกรอบหน้าของตัวเองได้ เพียงแต่ต้องเลือกเทคนิคที่เหมาะสมและศึกษาผลข้างเคียงให้ชัดเจน 

ที่ Bangkok Hair Clinic เราเป็นคลินิกปลูกผมถาวรที่ดูแลทุกเคสโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง และได้รับความไว้วางใจในการปลูกผมสำหรับ LGBTQ มาแล้วมากมาย เพื่อคืนความมั่นใจและมอบผลลัพธ์เป็นแนวผมที่เหมาะกับบุคลิกภาพของคุณ สามารถนัดหมายเข้ารับคำปรึกษาได้ที่ 02 118 7386 หรือ 064 196 3539

lineline messagemessage callcall