กัดสีผมอย่างไรไม่ให้ผมเสีย ? รวมข้อห้ามและวิธีดูแลหลังฟอกสี
สรุปวิธีฟอกสีผมที่ถูกต้อง ป้องกันผมช็อต แห้งเสีย โดยแนะนำระยะเวลาที่ปลอดภัย พร้อม 6 ข้อห้ามหลังกัดสีผม เพื่อดูแลให้แข็งแรงหลังทำเคมี
สรุปวิธีฟอกสีผมที่ถูกต้อง ป้องกันผมช็อต แห้งเสีย โดยแนะนำระยะเวลาที่ปลอดภัย พร้อม 6 ข้อห้ามหลังกัดสีผม เพื่อดูแลให้แข็งแรงหลังทำเคมี
Key takeaway
การกัดสีผมเป็นกระบวนการทางเคมีที่รุนแรงต่อเส้นผมและหนังศีรษะ หากทำผิดวิธีอาจทำให้โครงสร้างเคราตินถูกทำลายจนผมแห้งเสียและขาดร่วงอย่างรุนแรง การเข้าใจเทคนิคการกัดสีผมที่ถูกต้อง เช่น การจำกัดเวลาไม่เกิน 45 นาที และการดูแลหลังทำอย่างเคร่งครัด รวมถึงการรู้จักสัญญาณเตือนของผมเสีย จะช่วยให้สามารถเปลี่ยนลุคได้อย่างมั่นใจโดยไม่ทำลายสุขภาพผมในระยะยาว
การเปลี่ยนลุคด้วยการกัดสีผม เป็นเทรนด์ที่ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นสีพาสเทล สีบลอนด์สว่าง หรือสีเทาหม่นสุดชิค แต่ความสวยงามเหล่านี้มักมาพร้อมกับ “ราคาที่ต้องจ่าย” หากขาดความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องอาจต้องแลกมาด้วยปัญหาผมช็อตจากการทำสี เส้นผมชี้ฟู แห้งเสียรุนแรงเหมือนไม้กวาด หรือร้ายแรงที่สุดคือผมขาดร่วงจนเสียความมั่นใจ
การกัดสีผม ไม่ใช่เพียงแค่การเคลือบสีลงบนเส้นผม แต่คือกระบวนการใช้สารเคมีประเภทไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์และผงฟอกสี เพื่อดึงเม็ดสีธรรมชาติออกจากเส้นผม เพื่อให้เส้นผมมีความสว่างพอที่จะลงสีโทนอ่อนตามต้องการได้ ซึ่งส่งผลกระทบ ดังนี้
ผลลัพธ์ที่ตามมาคือเส้นผมจะเริ่มบางลง เปราะง่าย ขาดความยืดหยุ่น หากไม่มีการฟื้นฟูที่เหมาะสมหรือทำผิดวิธี ปัญหาอาจลุกลามไปถึงรากผมและหนังศีรษะจนเกิดอาการอักเสบได้
ในทางปฏิบัติ ไม่ควรทิ้งน้ำยากัดสีผมไว้บนศีรษะเกิน 30 – 45 นาที โดยเด็ดขาด เนื่องจากหากเกินเวลาไปมากกว่านี้ สารเคมีจะหยุดทำปฏิกิริยากับเม็ดสี แต่จะเริ่มเข้าไปทำลายโครงสร้างโปรตีนเคราตินโดยตรง ทำให้ผมเกิดอาการช็อต หรือละลายเป็นวุ้นเมื่อโดนน้ำ โดยปัจจัยที่ควรพิจารณาเพื่อเลือกเวลาในการกัดสีผมทิ้งไว้ ได้แก่
หากทิ้งไว้ครบเวลาแล้วแต่สีผมยังสว่างไม่พอ ควรล้างออกก่อน แล้วค่อยเริ่มกระบวนการใหม่ภายหลัง หรือเว้นระยะวันถัดไป ไม่ควรฝืนทิ้งระยะเวลาไว้นานเกินไปในครั้งเดียว สิ่งสำคัญคือควรเช็กสภาพผมระหว่างกัดอยู่ตลอด
หลายคนใจร้อนต้องการสีบลอนด์สว่างจึงเลือกกัดสีผม 2 รอบ ในวันเดียว ในทางเทคนิคสามารถทำได้หากเส้นผมมีความแข็งแรงสูงและใช้ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์เปอร์เซ็นต์ต่ำ เช่น 3% หรือ 6% แต่ไม่ใช่ทางเลือกที่แนะนำนัก เพราะการฟอกซ้ำทันทีจะทำให้หนังศีรษะเกิดการระคายเคืองอย่างรุนแรงและเกล็ดผมถูกทำลายจนไม่สามารถกักเก็บความชุ่มชื้นได้อีกต่อไป ควรเว้นระยะอย่างน้อย 1-2 สัปดาห์เพื่อให้เส้นผมและหนังศีรษะได้พักฟื้น
หลังจากผ่านการทำเคมีอย่างหนัก เส้นผมจะอยู่ในสภาพอ่อนแอที่สุด การดูแลในช่วง 1 – 2 สัปดาห์แรกจึงสำคัญมาก โดยมีข้อห้ามหลังการกัดสีผมที่ควรปฏิบัติตาม ได้แก่
หลังการกัดสีผม หนังศีรษะและเส้นผมจะอยู่ในสภาวะอ่อนแอและเกล็ดผมยังเปิดอยู่ การงดสระผมในช่วง 1 – 2 วันแรกจะช่วยให้หนังศีรษะได้ผลิตน้ำมันตามธรรมชาติมาเคลือบปกป้องเส้นผมและช่วยให้เม็ดสีเซตตัวได้ดียิ่งขึ้น
สารซัลเฟต คือสารทำความสะอาดที่ทำให้เกิดฟองหนานุ่ม แต่มีฤทธิ์ชะล้างรุนแรงเกินไปสำหรับผมที่เพิ่งกัดสีมา เพราะจะดึงเอาความชุ่มชื้นที่เหลืออยู่น้อยนิดและเม็ดสีออกไปจนหมด ทำให้ผมที่เปราะบางจากการกัดสีแห้งเสียยิ่งขึ้น ควรเปลี่ยนมาใช้แชมพูสูตรอ่อนโยนที่ออกแบบมาเพื่อผมทำสีโดยเฉพาะ หรือแชมพูม่วงเพื่อรักษาสีผมแทน
น้ำอุ่นคือศัตรูตัวฉกาจของผมกัดสี อุณหภูมิของน้ำที่สูงเกินไปจะยิ่งเป็นการเปิดเกล็ดผม ทำให้สารบำรุงหลุดลอกและผมแห้งเสียง่ายกว่าการใช้อุณหภูมิปกติ ควรใช้น้ำอุณหภูมิปกติ หรือน้ำเย็นในการสระผมเพื่อปิดเกล็ดผมให้เรียบสนิท
เส้นผมที่ผ่านการฟอกสีจะมีโครงสร้างโปรตีนที่อ่อนแอลงมาก การหนีบ หรือม้วนผม ด้วยความร้อนที่อุณหภูมิสูงกว่า 180°C อาจทำให้เส้นผมช็อต หรือขาดคามือได้ทันที หากจำเป็นต้องจัดแต่งทรงผม ควรใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณสมบัติป้องกันความร้อนทุกครั้งและใช้ลมเย็นจากไดร์เป่าผมแทน
คลอรีนในสระว่ายน้ำจะทำปฏิกิริยาออกซิเดชันกับผมที่กัดสี ซึ่งนอกจากจะทำลายความชุ่มชื้นอย่างรุนแรงแล้ว ยังอาจทำให้สีผมเพี้ยน เช่น กลายเป็นสีเขียวดูไม่สวยงาม หากเลี่ยงไม่ได้ ควรชโลมทรีตเมนต์ทิ้งไว้และใส่หมวกว่ายน้ำทุกครั้ง
ในขณะที่ผมเปียก เส้นผมที่ผ่านการกัดสีจะมีความยืดหยุ่นผิดปกติ ซึ่งเป็นสภาวะที่เปราะบางที่สุด การหวีด้วยแปรงซี่ถี่ หรือการกระชากจะทำให้เส้นผมขาดร่วงได้ง่ายมาก แนะนำให้ใช้หวีซี่ห่างและค่อย ๆ สางจากปลายผมขึ้นไป

หากเพิ่งผ่านการกัดสีผมมาและเริ่มมีอาการเหล่านี้ นั่นแปลว่าสุขภาพผมและหนังศีรษะอาจกำลังเริ่มเข้าสู่ภาวะวิกฤต
ผมร่วงมากผิดปกติ : สังเกตเห็นเส้นผมติดมือออกมาเป็นกระจุกหลังสระ
หนังศีรษะอักเสบ : มีอาการคัน แสบ มีตุ่มแดง หรือลอกเป็นแผ่น
ผมขาดง่าย : เพียงแค่ใช้นิ้วสาง ผมก็ขาดออกจากกัน
ผมไม่มีน้ำหนัก : เส้นผมดูลีบแบน พันกันรุงรัง จนแกะไม่ออก
หากพบสัญญาณเหล่านี้ ควรหยุดการทำเคมีทุกประเภททันทีและหันมาโฟกัสที่การฟื้นฟูโครงสร้างผมและรากผมอย่างจริงจัง
การกัดสีผมและการใช้สารเคมีต่อเนื่องเป็นระยะเวลานาน อาจส่งผลกระทบสะสมจนทำให้เกิดปัญหาผมบางหรือรากผมฝ่อตัวลงได้ หากสังเกตพบว่าเส้นผมเริ่มร่วงมากขึ้นหลังจากทำสี การดูแลจากระดับรากผมโดยแพทย์เฉพาะทางด้านการดูแลเส้นผมคือสิ่งสำคัญ ที่ Bangkok Hair Clinic เรามีเทคโนโลยีที่ช่วยฟื้นฟูสุขภาพหนังศีรษะให้กลับมาสมดุลและแข็งแรงสอดคล้องกับวงจรชีวิตเส้นผมตามธรรมชาติ ด้วยการฉีด GFC ผมในราคาที่เข้าถึงได้ เพื่อกระตุ้นเซลล์รากผมและฟื้นฟูสภาพหนังศีรษะด้วยพลาสมาของตัวท่านเอง โดยไม่จำเป็นต้องผ่าตัด
อย่าปล่อยให้การกัดสีผมทำลายความมั่นใจไปอย่างถาวร หากเริ่มกังวลเรื่องปัญหาผมร่วง หรือผมบางจากการทำเคมี สามารถปรึกษาเพื่อวางแผนการรักษาที่ตรงจุดได้ตั้งแต่วันนี้ ที่ Bangkok Hair Clinic
LINE : @bangkokhairclinic (มี @ ด้วย)
โทรศัพท์ : 02-118-7386, 064-196-3539
Email : bangkokhairclinic@gmail.com
ข้อมูลอ้างอิง
How To Bleach Your Hair at Home and Keep Your Blonde Bright. สืบค้นเมื่อวันที่ 29 มกราคม 2569 จาก https://www.lorealparisusa.com/beauty-magazine/hair-color/hair-color-trends/how-to-bleach-your-hair
Q : หากกัดสีผมแล้วผมขาดร่วงมากผิดปกติ ควรทำอย่างไรเป็นอันดับแรก ?
A : หากมีอาการผมร่วง หรือขาดร่วงเป็นจำนวนมากหลังการฟอกสี ควรหยุดทำเคมีทุกชนิดทันที รวมถึงหลีกเลี่ยงการใช้ความร้อนและเน้นการบำรุงด้วยทรีตเมนต์เข้มข้น หากอาการไม่ดีขึ้นหรือหนังศีรษะอักเสบ แนะนำให้ปรึกษาแพทย์เฉพาะทางเพื่อฟื้นฟูรากผม
Q : ถ้ากัดสีผมแล้วไม่ได้สีตามต้องการ สามารถฟอกซ้ำทันทีได้ไหม ?
A : ไม่แนะนำให้ฟอกซ้ำทันทีในครั้งเดียวหากสภาพผมไม่แข็งแรงพอ ควรเว้นระยะเวลาอย่างน้อย 1 – 2 สัปดาห์ เพื่อให้เส้นผมและหนังศีรษะได้พักฟื้นจากการถูกสารเคมีทำลายและควรเช็กความยืดหยุ่นของเส้นผมก่อนเริ่มทำรอบถัดไป
Q : แชมพูม่วงจำเป็นแค่ไหนสำหรับคนกัดสีผม ?
A : จำเป็นอย่างมากสำหรับผู้ที่ต้องการรักษาโทนสีหม่น หรือสีบลอนด์สว่าง เนื่องจากแชมพูม่วงจะช่วยหักล้างเม็ดสีเหลืองที่เกิดขึ้นหลังการกัดสีผม ทำให้สีผมดูสวยนานขึ้นและไม่ซีดเหลืองไว
Q : การฉีด Growth Factor ช่วยแก้ปัญหาผมเสียจากการกัดสีได้อย่างไร ?
A : การฉีด Growth Factor จะเข้าไปเน้นการฟื้นฟูที่รากผมและหนังศีรษะที่อาจได้รับความเสียหายสะสมจากสารเคมี โดยจะช่วยกระตุ้นการไหลเวียนโลหิตและซ่อมแซมเซลล์รากผมให้กลับมาแข็งแรง ลดการหลุดร่วง ช่วยให้เส้นผมใหม่ที่งอกขึ้นมามีสุขภาพดีขึ้น