fb pixel
Line facebook instagram linkedin

วันอังคาร - อาทิตย์ 10:00 - 19:00
ติดต่อ 064 196 3539

Exosome Hair คืออะไร ต่างจาก PRP อย่างไร ควรเลือกวิธีไหนดี ?

รู้จักทางเลือกแก้ปัญหาผมร่วงจากต้นเหตุ หาคำตอบว่า Exosome Hair คืออะไร ต่างจาก PRP อย่างไร ? เพื่อเลือกวิธีที่เหมาะสม กู้ผมให้หนาแข็งแรง

Key Takeaways

ปัญหาผมร่วง ผมบาง หรือศีรษะล้าน สามารถรักษาได้ด้วยนวัตกรรมทางการแพทย์ที่ช่วยฟื้นฟูถึงระดับเซลล์รากผม โดยมีตัวเลือกเด่นอย่างโปรแกรม Exosome Hair และ PRP โดย Exosome Hair คือการใช้สารสกัดชีวโมเลกุลเข้มข้นสูงจากสเต็มเซลล์ที่ช่วยส่งสัญญาณซ่อมแซมและเร่งการสร้างผมใหม่ ส่วนการทำ PRP (Platelet-Rich Plasma) จะเป็นการใช้เกล็ดเลือดเข้มข้นจากผู้ที่เข้ารับการรักษาเอง ทำให้มีความปลอดภัยสูง  จึงเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์กว่าในแง่ของความคุ้มค่าและไม่เสี่ยงต่อการแพ้สารแปลกปลอม นอกจากนี้ยังมีโปรแกรม GFC (Growth Factor Concentrate) ที่ได้รับการต่อยอดและยกระดับให้มีความเข้มข้นของ Growth Factors บริสุทธิ์กว่าการทำ PRP ทั่วไปถึง 2-3 เท่า เพื่อผลลัพธ์ที่ชัดเจนและปลอดภัย รักษาได้ดีโดยไม่ต้องพึ่งพาสารสกัดจากภายนอก

ปัญหาผมบาง ผมร่วง หรือศีรษะล้าน ไม่เพียงแต่ทำลายความมั่นใจในชีวิตประจำวัน แต่ยังเป็นสัญญาณว่ารากผมของคุณกำลังอ่อนแอ ขาดสารอาหาร และอยู่ในภาวะเสื่อมสภาพเกินกว่าจะเยียวยาด้วยแชมพูทั่วไป แต่ในปัจจุบันการฟื้นฟูปัญหาผมร่วงด้วยวิธี Exosome Hair ได้กลายเป็นทางเลือกใหม่ทางการแพทย์ที่ถูกจับตามองมากที่สุด เพราะไม่ใช่แค่การบำรุง แต่คือการส่งสัญญาณซ่อมแซมลึกถึงระดับเซลล์ อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางกระแสของนวัตกรรมใหม่ หลายคนอาจจะเกิดความสับสนและตั้งคำถามว่า การฟื้นฟูด้วยวิธี Exosome Hair คืออะไร ต่างจาก PRP ซึ่งเป็นหัตถการที่ใช้กันมาอย่างยาวนานและมีความปลอดภัยสูงอย่างไร ? บทความนี้จะพามาหาคำตอบ เพื่อให้สามารถเลือกวิธีที่เหมาะสมที่สุด

ทำความรู้จัก Exosome Hair คืออะไร ?

Exosome คือสารชีวโมเลกุลขนาดเล็กจิ๋วที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางเพียง 30-150 นาโนเมตร ซึ่งเป็นขนาดที่เล็กกว่าเซลล์ทั่วไปถึง 1-2,000 เท่า ซึ่งหลั่งออกมาจากสเต็มเซลล์โดยธรรมชาติและทำหน้าที่เป็นตัวส่งสัญญาณระหว่างเซลล์ ภายในประกอบด้วย โปรตีน, Cytokines และ Growth Factors กว่า 1,000 ชนิด เช่น

  • Growth Factors สารกระตุ้นการเจริญเติบโตของเซลล์
  • Cytokines กลุ่มโปรตีนที่ช่วยลดการอักเสบและกระตุ้นภูมิคุ้มกัน
  • MicroRNA สารพันธุกรรมขนาดเล็กที่ช่วยควบคุมการทำงานและฟื้นฟูยีนในเซลล์

เมื่อนำมาฉีดบริเวณหนังศีรษะ Exosome จะเข้าไปกระตุ้นให้รากผมที่หยุดทำงานไปแล้วกลับมาสร้างเส้นผมใหม่ ช่วยซ่อมแซมเซลล์ที่เสื่อมสภาพ ยืดอายุวงจรเส้นผมให้ยาวนานขึ้น ลดการหลุดร่วงก่อนเวลาอันควร

Exosome Hair เหมาะกับใครและคนผมร่วงแบบไหน ?

แม้จะเป็นเทคโนโลยีที่น่าสนใจ แต่คำถามที่พบบ่อยคือ Exosome Hair เหมาะกับใครบ้าง ? และ การทำ Exosome Hair เหมาะกับคนผมร่วงแบบไหน ? ในความเป็นจริงแล้ว นวัตกรรมนี้มักจะถูกแนะนำให้ใช้กับกลุ่มผู้มีปัญหาเส้นผมดังต่อไปนี้

  • ผู้ที่มีปัญหาผมร่วงจากพันธุกรรมและฮอร์โมน โดยจะช่วยเข้าไปชะลอการฝ่อตัวของรากผมจากอิทธิพลของฮอร์โมน DHT
  • ผู้ที่มีเส้นผมลีบบาง สุขภาพอ่อนแอ เหมาะสำหรับคนที่มีผมเส้นเล็ก นุ่มนิ่ม ไม่มีน้ำหนัก โดย Exosome จะช่วยเพิ่มขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางของเส้นผมให้หนาและแข็งแรงขึ้น
  • ผู้ที่ผมร่วงจากปัจจัยภายนอก เช่น ผมร่วงจากความเครียด การพักผ่อนไม่เพียงพอ หรือคุณแม่ที่มีอาการผมร่วงหลังคลอด เพื่อช่วยเร่งการฟื้นตัวของวงจรผมให้กลับมาสมบูรณ์เร็วขึ้น
  • ผู้ที่มีภาวะหนังศีรษะอักเสบหรือแห้งกร้าน โดยสารสกัดจะช่วยซ่อมแซมและปรับสมดุลสภาพแวดล้อมบนหนังศีรษะ

ผลข้างเคียงของ Exosome Hair

เนื่องจากเอ็กโซโซมเป็นสารสกัดชีวโมเลกุลที่ไม่มีโครงสร้างของนิวเคลียส หรือเซลล์ (Cell-free Therapy) ทำให้ความเสี่ยงในการเกิดปฏิกิริยาต้านจากระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย หรืออาการแพ้ค่อนข้างต่ำ อย่างไรก็ตาม อาการปกติที่สามารถพบได้หลังการฉีด ได้แก่

  • มีรอยแดง หรือเกิดอาการบวมเล็กน้อยบริเวณจุดที่เข็มฉีด ซึ่งมักจะยุบและหายไปเองภายใน 1-2 วัน
  • ความรู้สึกระบม ตึง หรือระคายเคืองหนังศีรษะเล็กน้อย หลังหมดฤทธิ์ยาชา
เข้ารักษาที่คลินิกรักษาผมร่วงในกรุงเทพฯ เพื่อออกแบบการรักษาแบบเฉพาะบุคคล

ทำไมแพทย์ยังแนะนำ PRP (Platelet-Rich Plasma) เป็นหัตถการมาตรฐานหลัก ?

แม้กระแสเทคโนโลยีใหม่ หรือนวัตกรรมจะเปลี่ยนไปตามเทรนด์ความงาม แต่ PRP (Platelet-Rich Plasma) หรือการฉีดเกล็ดเลือดเข้มข้น ยังคงถูกยกย่องให้เป็นหนึ่งในหัตถการมาตรฐานที่เห็นผลลัพธ์ชัดเจนและได้รับความเชื่อถือมาอย่างยาวนาน

เหตุผลสำคัญคือ PRP เป็นกระบวนการรักษาที่เรียกว่า Autologous Therapy หรือการใช้ส่วนประกอบชีวภาพจากเนื้อเยื่อและเลือดของตัวคนไข้เองกลับมารักษาและซ่อมแซมตัวเอง ซึ่งเป็นกลไกตามธรรมชาติที่ร่างกายมนุษย์ยอมรับได้ โดยกระบวนการทำงานของ PRP นั้นมีความลึกซึ้งระดับเซลล์ไม่ต่างจากเทคโนโลยีใหม่ ๆ เลยทีเดียว

กลไกการทำงานระดับเซลล์ของ PRP (Platelet-Rich Plasma)

กระบวนการทำ PRP จะเริ่มจากการเจาะเลือดของคนไข้ในปริมาณเพียงเล็กน้อย คล้ายกับการตรวจเลือดประจำปี จากนั้นจะนำหลอดเลือดเข้าสู่เครื่องปั่นเหวี่ยงตกตะกอน (Centrifuge) ด้วยความเร็วรอบและระยะเวลาที่คำนวณมาอย่างแม่นยำ เพื่อคัดแยกเม็ดเลือดแดงและเม็ดเลือดขาวที่ไม่จำเป็นออกไป ให้เหลือเพียงชั้นพลาสมาที่มีความเข้มข้นของเกล็ดเลือดสูงกว่าเลือดปกติในร่างกายถึง 3-4 เท่า เมื่อแพทย์นำเกล็ดเลือดเข้มข้นนี้ฉีดกลับเข้าไปที่หนังศีรษะ เกล็ดเลือดจะเกิดกระบวนการ “Activation” หรือการแตกตัวเพื่อปลดปล่อยสารชีวโมเลกุล โปรตีน และ Growth Factors (สารกระตุ้นการเจริญเติบโตของเซลล์) หลากหลายชนิดที่ร่างกายคุ้นเคย ออกมาทำหน้าที่ฟื้นฟูรากผมโดยตรง ดังนี้

  • PDGF (Platelet-Derived Growth Factor) กระตุ้นการแบ่งตัวของเซลล์เยื่อบุผิว ช่วยซ่อมแซมเซลล์รากผมที่เสื่อมสภาพ
  • TGF-beta (Transforming Growth Factor-beta) กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและโครงสร้างเนื้อเยื่อรอบรากผมให้แข็งแรง
  • VEGF (Vascular Endothelial Growth Factor) สารสำคัญที่ช่วยกระตุ้นการสร้างหลอดเลือดใหม่ใต้หนังศีรษะ เพิ่มการไหลเวียนโลหิต นำพาสารอาหารและออกซิเจนไปเลี้ยงรากผมที่กำลังฝ่อให้กลับมาตื่นตัวอีกครั้ง
  • EGF (Epidermal Growth Factor) เร่งการเติบโตของเซลล์ผิวหนังและเซลล์รากผม ช่วยให้เส้นผมหนาตัวขึ้น

ด้วยกลไกเหล่านี้ PRP จึงเข้าไปเปลี่ยนสภาพแวดล้อมของหนังศีรษะที่เคยแห้งแล้งและขาดสารอาหาร ให้กลับมาอุดมสมบูรณ์ เปรียบเสมือนการพรวนดินและเติมปุ๋ยสูตรธรรมชาติชั้นยอดลงไปที่รากผมโดยตรง ทำให้เส้นผมที่เคยลีบบาง มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางที่หนาขึ้น ดกดำขึ้น และมีอายุขัยที่ยาวนานขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ

PRP เหมาะกับใครและปัญหาผมร่วงแบบไหน ?

เนื่องจากเป็นหัตถการที่มีความปลอดภัยสูงและใช้กลไกธรรมชาติในการบำบัด การทำ PRP จึงตอบโจทย์กลุ่มผู้มีปัญหาเส้นผมได้อย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะกลุ่มคนที่มีอาการดังต่อไปนี้

  • ผู้ที่เริ่มมีปัญหาผมบางจากพันธุกรรมและฮอร์โมน ในระยะเริ่มต้นถึงปานกลาง การฉีด PRP จะช่วยยับยั้งและชะลอไม่ให้รากผมฝ่อตัวลงจากอิทธิพลของฮอร์โมน DHT ช่วยรักษาเส้นผมเดิมให้อยู่กับเราได้นานที่สุด
  • ผู้ที่มีปัญหาผมเส้นเล็ก ลีบบาง ขาดร่วงง่าย โดยเกล็ดเลือดเข้มข้นจะเข้าไปเพิ่มความแข็งแรงให้กับโครงสร้างเส้นผม ทำให้ผมเส้นใหญ่ขึ้น มีน้ำหนัก และหลุดร่วงน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด
  • ผู้ที่ต้องการฟื้นฟูรากผมร่วมกับการปลูกผมถาวร โดยการทำ PRP ควบคู่กับการปลูกผม จะช่วยกระตุ้นให้กราฟผมที่ปลูกใหม่ติดแน่น แผลหายเร็วขึ้น ช่วยบำรุงเส้นผมเดิมรอบบริเวณที่ปลูกไม่ให้ร่วงไปตามกาลเวลา
  • ผู้ที่ผมร่วงจากความเครียด พักผ่อนน้อย หรือสัมผัสสารเคมี ช่วยเร่งเวลาให้รากผมกลับเข้าสู่ระยะเจริญเติบโตได้เร็วขึ้นหลังจากร่างกายเผชิญภาวะวิกฤต
  • ผู้ที่ต้องการหลีกเลี่ยงผลข้างเคียงจากการทานยา เหมาะสำหรับผู้ที่มีข้อจำกัดในการทานยายากระตุ้นผม หรือกังวลเรื่องผลข้างเคียงของยา

ผลข้างเคียงของการทำ PRP

เมื่อพูดถึงผลข้างเคียง ความน่าสนใจของการทำ PRP คือความเสี่ยงในการแพ้ที่แทบไม่มี เนื่องจากสารสกัดทั้งหมดมาจากเลือดของตัวคนไข้เอง ร่างกายจึงไม่มีปฏิกิริยาต้าน สารตกค้าง หรืออาการแพ้สิ่งแปลกปลอมใดทั้งสิ้น ต่างจากสารสกัดสังเคราะห์หรือสารสกัดสำเร็จรูปจากภายนอก ส่วนอาการปกติที่อาจพบได้หลังทำจะมีเพียง

  • รอยแดง หรืออาการบวมช้ำเล็กน้อยบริเวณจุดที่ฉีด ซึ่งเกิดจากรอยเข็มตามธรรมชาติและจะหายไปเองใน 1-2 วัน
  • ความรู้สึกระบม หรือตึงหนังศีรษะเล็กน้อยหลังทำ ซึ่งสามารถทานยาพาราเซตามอลเพื่อบรรเทาอาการได้

เจาะลึกความต่าง Exosome Hair กับ PRP ต่างกันอย่างไร ?

เมื่อได้ทำความรู้จักกับ Exosome ไปแล้ว หลายคนมักนำไปเปรียบเทียบกับการทำ PRP (Platelet-Rich Plasma) หรือการฉีดเกล็ดเลือดเข้มข้น ซึ่งเป็นหัตถการยอดนิยมที่มีหลักการฟื้นฟูรากผมคล้ายกัน โดยมีข้อแตกต่างที่ชัดเจน ดังนี้

หัวข้อเปรียบเทียบ PRP (Platelet-Rich Plasma) Exosome Hair
ที่มาของสารสกัด สกัดจากเลือดของตัวคนไข้เอง นำมาปั่นแยกเพื่อเอาเกล็ดเลือดเข้มข้น สกัดจากสเต็มเซลล์ในห้องปฏิบัติการ มีการควบคุมมาตรฐานและปริมาณสาร
ความเข้มข้น ปริมาณ Growth Factors ตามธรรมชาติในระดับที่ร่างกายผลิตได้ Growth Factors และ MicroRNA เข้มข้นสูงกว่า ผ่านการสกัดและเพาะเลี้ยง
ความเสี่ยงในการแพ้ ความเสี่ยงในการแพ้ต่ำมาก เพราะเป็นเนื้อเยื่อจากร่างกายตัวเอง ความปลอดภัยสูง แต่ยังมีโอกาสแพ้สารเคมีในขั้นตอนการเก็บรักษาได้เล็กน้อย

สรุป ! PRP vs Exosome เลือกวิธีไหนให้คุ้มค่าและปลอดภัย ?

แม้ว่า Exosome Hair จะเป็นนวัตกรรมที่เน้นการส่งสัญญาณระหว่างเซลล์ แต่ในแง่ของการรักษาที่แพร่หลายและได้รับการยอมรับในระดับสากล PRP (Platelet-Rich Plasma) ยังคงเป็นทางเลือกยอดนิยม เนื่องจาก

  • ความปลอดภัย (Autologous Therapy) เพราะ PRP สกัดจากเลือดของตัวคนไข้เอง 100% จึงไม่มีความเสี่ยงเรื่องการแพ้หรือสารแปลกปลอม
  • สารอาหารธรรมชาติครบถ้วน ใน PRP มีเกล็ดเลือดเข้มข้นที่อุดมไปด้วย Growth Factors หลากหลายชนิดที่ร่างกายเราคุ้นเคย ช่วยกระตุ้นการไหลเวียนโลหิตและซ่อมแซมรากผมได้อย่างตรงจุด
  • ความคุ้มค่า เมื่อเทียบกับเทคโนโลยีใหม่อย่าง Exosome ที่ราคายังสูงมาก PRP ให้ผลลัพธ์ที่ชัดเจนในราคาที่เข้าถึงง่ายกว่าสำหรับการรักษาอย่างต่อเนื่อง

ออกแบบการรักษาแบบเฉพาะบุคคล ! แนะนำโปรแกรม GFC ทางเลือกฟื้นฟูรากผมที่ Bangkok Hair Clinic

หากต้องการความปลอดภัยจากเกล็ดเลือดตัวเองแบบ PRP ที่ Bangkok Hair Clinic ขอแนะนำโปรแกรม GFC (Growth Factor Concentrate) นวัตกรรมฟื้นฟูเซลล์รากผมเพื่อรักษาอาการผมบาง ผมร่วง หัวล้าน ที่พัฒนาต่อยอดจากการทำ PRP แบบเดิม โดยใช้เทคโนโลยีและหลอดเก็บเลือดชนิดพิเศษลิขสิทธิ์เฉพาะ ที่สามารถกระตุ้นให้เกล็ดเลือดหลั่งสาร Growth Factors บริสุทธิ์ในปริมาณที่เข้มข้นและสูงกว่า PRP ทั่วไปถึง 2-3 เท่า ที่สำคัญคือสารอาหารทั้งหมดจะถูกสกัดออกมาให้อยู่ในรูปของสารเหลวที่พร้อมใช้งานทันที (Activated Growth Factors) โดยไม่มีเซลล์เม็ดเลือดขาว หรือเม็ดเลือดแดงปนเปื้อน จึงช่วยลดการอักเสบหลังทำ ป้องกันการติดเชื้อได้อย่างมีประสิทธิภาพ

Bangkok Hair Clinic เราเป็นคลินิกรักษาผมร่วงในกรุงเทพฯ ที่เน้นการวิเคราะห์ปัญหาจากต้นเหตุ ดำเนินการโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเส้นผม (ABHRS) ที่พร้อมประเมินสภาพหนังศีรษะ โครงสร้างแนวผม เพื่อออกแบบการรักษาแบบเฉพาะบุคคล ไม่ว่าจะเป็นการทำ GFC เพื่อกระตุ้นรากผมที่อ่อนแอ หรือการปลูกผมด้วยนวัตกรรมขั้นสูงที่ให้ผลลัพธ์เป็นธรรมชาติ ช่วยให้เส้นผมแข็งแรงกลับคืนมา พร้อมผลลัพธ์ที่คุ้มค่า คืนความมั่นใจให้คุณในทุกวัน  

สามารถเข้ารับคำปรึกษาเพื่อประเมินแนวทางที่เหมาะกับสภาพเส้นผมได้ที่ Bangkok Hair Clinic


ข้อมูลอ้างอิง

  1. What is Exosome Hair Treatment and How is it Performed?. สืบค้นเมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2569 จาก https://medipolglobal.com/health-guide/what-exosome-hair-treatment-and-how-it-performed 
  2. Platelet-Rich Plasma (PRP Injection). สืบค้นเมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 2569 จาก https://my.clevelandclinic.org/health/treatments/platelet-rich-plasma-prp-injection 

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับวิธีในการรักษาผมร่วง (FAQs)

Q : ฉีด Exosome Hair หรือทำ PRP กี่ครั้งถึงจะเริ่มเห็นผลลัพธ์ ?

A : โดยทั่วไปแล้ว ทั้งการฉีด Exosome Hair และการทำ PRP หรือ GFC จะเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงในเรื่องการลดหลุดร่วงภายใน 1-2 เดือนแรก และจะเริ่มเห็นเส้นผมใหม่หนาขึ้นชัดเจนหลังการรักษาต่อเนื่อง 3-4 ครั้ง 

Q : หากมีปัญหาผมร่วงจากพันธุกรรมขั้นรุนแรง การฉีด Exosome หรือ PRP สามารถทดแทนการปลูกผมได้ไหม ?

A : ไม่สามารถทดแทนได้ทั้งหมด ในรายที่มีภาวะศีรษะล้านจนรากผมฝ่อไปแล้ว การปลูกผมถาวรจะเป็นทางเลือกหลัก ส่วน Exosome, PRP หรือ GFC จะทำหน้าที่เป็นหัตถการเสริมเพื่อช่วยบำรุงรากผมรอบโดยรอบให้แข็งแรง หนาขึ้น ช่วยสนับสนุนให้ผมที่ปลูกใหม่ติดดีและเติบโตได้อย่างสมบูรณ์

Q : หลังทำ Exosome Hair หรือ GFC สามารถใช้ยาปลูกผม หรือสเปรย์บำรุงผมเดิมที่ใช้อยู่ร่วมด้วยได้ไหม ?

A : สามารถใช้ร่วมด้วยได้เพื่อส่งเสริมผลการรักษา แต่แนะนำให้เว้นการทายา หรือฉีดสเปรย์ที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ในวันแรกหลังทำหัตถการ เพื่อป้องกันการระคายเคืองบริเวณรอยเข็มและควรปรึกษาแพทย์เจ้าของไข้เพื่อปรับแผนการใช้ยาให้เหมาะสมที่สุด

Q : ทำ Exosome Hair หรือทำ PRP แล้วต้องดูแลตัวเองอย่างไร ?

A : เพื่อให้ผลลัพธ์ของตัวยาสามารถทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพสูงสุด โดยทั่วไปแพทย์จะมีข้อแนะนำดังนี้

  • งดสระผมใน 24 ชั่วโมงแรก เพื่อป้องกันไม่ให้ตัวยาถูกชะล้าง และปล่อยให้หนังศีรษะดูดซึมสารอาหารได้อย่างเต็มที่
  • หลีกเลี่ยงความร้อนสูง งดการไดร์ผมด้วยลมร้อนจัด การอบไอน้ำ หรือการเข้าซาวน่าในระยะ 2-3 วันแรกหลังทำ
  • งดสารเคมีรุนแรง ทั้งการทำสีผม การยืด ดัด หรือย้อมผม อย่างน้อย 1-2 สัปดาห์ เพื่อป้องกันหนังศีรษะระคายเคือง
  • ปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิต ดื่มน้ำสะอาดในปริมาณที่เพียงพอและนอนพักผ่อนให้เต็มที่ เพื่อให้ร่างกายพร้อมนำสารอาหารไปใช้ในกระบวนการซ่อมแซมเซลล์ตามธรรมชาติ

Q: ทำไมการใช้เกล็ดเลือดตัวเองถึงเป็นทางเลือกที่น่าสนใจแม้จะมีนวัตกรรมใหม่อย่าง Exosome แล้ว ? 

A : เหตุผลหลักคือเรื่องของความปลอดภัยจากเนื้อเยื่อตัวเองและความคุ้มค่า เนื่องจากการใช้เกล็ดเลือดตัวเองจะไม่มีความเสี่ยงเรื่องการแพ้สิ่งแปลกปลอมและในปัจจุบันที่ Bangkok Hair Clinic เรามีนวัตกรรมอย่างโปรแกรม GFC ที่สกัด Growth Factors ได้เข้มข้นกว่า PRP ปกติถึง 3 เท่า ทำให้ได้ผลลัพธ์ที่ล้ำลึกระดับเซลล์ในราคาที่เข้าถึงง่ายและมีความต่อเนื่องในการรักษาได้มากกว่าการใช้สารสกัดภายนอกอย่าง Exosome




ปรึกษาแพทย์ฟรี วันนี้

    lineline messagemessage callcall