fb pixel
Line facebook instagram

วันอังคาร - อาทิตย์ 10:00 - 20:00
ติดต่อ 064 196 3539

เทียบผมบางในผู้ชาย-ผู้หญิง พร้อมแนะนำวิธีปลูกผม FUE กับ DHI

เส้นผม ถือเป็นองค์ประกอบสำคัญที่แสดงถึงความสวยงามและความมั่นใจของทั้งผู้หญิงผู้ชาย แต่เมื่อไรก็ตามที่อายุถึงเลข 30 สิ่งที่ทุกคนอาจพบเจอก็คือ ‘อาการผมบาง’ ที่ค่อย ๆ ชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งอาการผมบางนั้น สามารถเกิดขึ้นได้จากหลากหลายสาเหตุและแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ไม่ว่าจะเป็น ความเสื่อมของเซลล์ภายในร่างกาย การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน รวมถึงเรื่องของกรรมพันธุ์ เป็นต้น

และเมื่ออาการผมบางเริ่มเห็นชัดมากขึ้นเรื่อย ๆ อาจทำให้เกิดปัญหาศีรษะเถิกหรือล้าน ที่อาจทำลายความมั่นใจของเราไปได้ง่าย ๆ แต่รู้หรือไม่? ว่าลักษณะศีรษะบางหรือศีรษะล้านในผู้ชายและผู้หญิงนั้นมีความแตกต่างกัน วันนี้ เราจะพาทุกคนมาทำความรู้จักกับความแตกต่างเหล่านั้น พร้อมแนะนำวิธีการปลูกผม FUE กับ DHI ซึ่งเป็นนวัตกรรมการปลูกผมถาวรอย่างเป็นธรรมชาติ แต่ทั้ง 2 วิธีนี้จะมีความแตกต่างกันยังไง? รวมถึงเหมาะกับใครบ้าง? ต้องไม่พลาดกับบทความนี้ 

ความแตกต่างระหว่างอาการผมบาง ศีรษะล้านในผู้ชายกับผู้หญิง

เมื่อเปรียบเทียบสาเหตุ ลักษณะการเกิดอาการผมบางและศีรษะล้านในผู้ชายกับผู้หญิงแล้ว สามารถสรุปความแตกต่างได้ดังต่อไปนี้

  1. สาเหตุที่ทำให้เกิดอาการแตกต่างกัน

สำหรับผู้หญิง อาจเกิดอาการผมบางและศีรษะล้านได้จากสาเหตุต่อไปนี้

  • สาเหตุหลัก ๆ เกิดจากการเสียสมดุลของเอนโดรเจน (Endogen) ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่เกี่ยวข้องกับการเจริญเติบโตของเส้นผม มักพบมากในผู้หญิงที่ตั้งครรภ์หรือหลังคลอดบุตร ผู้หญิงวัยหมดประจำเดือน (Menopause) ผู้หญิงที่ทานยาคุมกำเนิด (Oral contraceptive) เป็นต้น
  • การทำสิ่งต่าง ๆ กับเส้นผม เช่น การใช้ความร้อนจัดแต่งทรงผม การมัด การทำสีผม การยืด การใช้สารเคมีในการดัดหรือจัดแต่งทรงผม จนทำให้เซลล์รากผมอ่อนแอ บอบบาง 

สำหรับผู้ชาย มักจะเกิดอาการผมบางและศีรษะล้านจากสาเหตุต่อไปนี้

  • ฮอร์โมนเพศชาย หรือเทสโทสเตอโรน (Testosterone) ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่มียีนหรือพันธุกรรมศีรษะล้านที่ถ่ายทอดต่อกันมาจากรุ่นสู่รุ่นแฝงอยู่ด้วย โดยยีนตัวนี้สามารถเปลี่ยนเทสโทสเตอโรนให้เป็น DHT (Dihydrotestosterone) ได้ ส่งผลให้เซลล์รากผมเสื่อมลง ผมจึงค่อย ๆ บางโดยไม่มีการเกิดผมใหม่และล้านในที่สุด

  แต่อย่างไรก็ตาม ทั้งผู้หญิงและผู้ชายอาจมีตัวแปรอื่น ๆ ที่ทำให้เกิดอาการผมบาง ศีรษะล้านที่ใกล้เคียงกัน ประกอบด้วย

  • การทานยาบางชนิด
  • การถอนเส้นผม
  • การขาดสารอาหาร 
  • การลดน้ำหนักอย่างรวดเร็วทำให้เกิดการขาดสารอาหาร
  • การมีภาวะเจ็บป่วยทางร่างกายหรือจิตใจ 
  • ภาวะเครียด
  • มลภาวะและสารพิษ
  • กรรมพันธุ์
  • การติดเชื้อที่หนังศีรษะ
  • ปัญหาสุขภาพบางประเภท เช่น โรคผมร่วงเป็นหย่อม (Alopecia areata) โรคผมร่วงฉับพลัน (Telogen effluvium) โรคซิฟิลิส โรคสะเก็ดเงิน (Psoriasis) โรคแพ้ภูมิตัวเอง (SLE) ภาวะเบาหวาน (Diabetes) ภาวะไทรอยด์ (Thyroid disorders)
  1. ตำแหน่งผมบางหรือศีรษะล้านแตกต่างกัน
จบปัญหาผมบางศีรษะล้านด้วยการปลูกผมถาวรอย่างเป็นธรรมชาติ

เมื่อพิจารณารูปภาพด้านบนประกอบกันแล้ว โดยส่วนใหญ่ อาการผมบางศีรษะล้านในผู้ชาย จะเริ่มตั้งแต่หน้าผาก แนวผมบริเวณขมับจนถึงกลางศีรษะ ไปจนถึงความรุนแรงที่อาจล้านทั้งศีรษะ ในขณะที่อาการผมบางศีรษะล้านในผู้หญิงจะเริ่มที่บริเวณแสกกลางเส้นผม และขยายวงกว้างออกมาเรื่อย ๆ โดยไม่มีอาการของแนวศีรษะถดถอย (Receding hairline) เหมือนอย่างผู้ชาย  

แนะนำวิธีปลูกผมถาวรอย่างเป็นธรรมชาติแบบ FUE กับ DHI ต่างกันยังไง?

FUE กับ DHI ต่างกันยังไง วิธีไหนเหมาะกับใคร ขอสรุปสั้น ๆ ดังนี้

  1. เหมาะกับศีรษะล้านระดับต่างกัน

    จริง ๆ แล้วทั้ง 2 วิธีเหมาะกับทั้งผู้ชาย ผู้หญิง และกลุ่มคนข้ามเพศทุกคน โดย FUE เหมาะกับผู้ที่มีอาการผมบาง ศีรษะล้านในระดับมาก ในขณะที่ DHI เหมาะสำหรับผู้ที่มีอาการผมบาง ศีรษะล้านระดับน้อยถึงระดับปานกลาง โดยทั้ง 2 วิธีจะช่วยให้เส้นผมใหม่ขึ้น 100% ใน 1 – 2 ปี
  2. เครื่องมือที่ใช้แตกต่างกัน

    โดย FUE จะใช้คีมปลายแหลม (Forceps) ในขณะที่ DHI จะใช้เครื่องมือที่ชื่อว่า DHI Implanter ซึ่งเป็นเครื่องมือพิเศษในการปลูกผมแบบไร้รอยแผลเป็น
  3. ลักษณะเส้นผมและขนาดแผล

    แผลจากวิธี FUE จะมีขนาดเล็ก 0.7 – 1 มม. พักฟื้นน้อยมาก สามารถปลูกได้หลายบริเวณและให้ผมที่เป็นธรรมชาติ ต้องโกนผมเพื่อเจาะรูที่หนังศีรษะ ซึ่งหากดูแลไม่ดีตามคำสั่งของแพทย์อาจเป็นแผลเป็นได้ แต่สิ่งที่ควรระวังก็คือ รากผมและเซลล์รากผมอาจบอบช้ำจากการใช้คีมปลายแหลมทำให้ผมขึ้นได้น้อย

    ในขณะที่แผลจากวิธี DHI จะมีขนาดเล็ก 0.5 – 0.9 มม. ได้ผมที่เป็นธรรมชาติ ไม่ทิ้งรอยแผลเป็นและไม่จำเป็นต้องพักฟื้น แต่แพทย์อาจแนะนำให้รักษาด้วยวิธีอื่นควบคู่ เช่น การฉีด PRP เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด
  4. ราคา FUE กับ DHI แตกต่างกัน

    โดยทั่วไปแล้ว DHI จะมีราคาที่สูงกว่าวิธี FUE เพราะใช้เทคโนโลยีการปลูกผม DHI Implanter ที่ทันสมัยมากกว่า ซึ่งต้องอาศัยความเชี่ยวชาญของแพทย์อย่างมาก ทั้งนี้ราคาอาจจะขึ้นอยู่กับความจำเพาะของแต่ละบุคคล ซึ่งแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการปลูกผมจะเป็นผู้ให้คำแนะนำ
ปลูกผมถาวรอย่างเป็นธรรมชาติด้วย FUE กับ DHI

สำหรับผู้ที่มีอาการผมบาง ศีรษะล้านทั้งผู้ชายผู้หญิง คงได้รู้ถึงความแตกต่างและวิธีการปลูกผมทั้งแบบ FUE กับ DHI กันไปแล้ว แต่หากว่าใครกำลังตัดสินใจและต้องการปลูกผมอยู่ สามารถมาขอคำแนะนำทางด้านนี้เพิ่มเติมได้ที่ Bangkok Hair Clinic เรามีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญมากประสบการณ์ด้านการปลูกผมถาวรอย่างเป็นธรรมชาติโดยเฉพาะ ที่พร้อมให้คำปรึกษากับทุกปัญหาเกี่ยวกับเส้นผม และแนะนำวิธีการรักษาที่ตอบโจทย์ในแต่ละบุคคล หากสนใจสามารถทำนัดหมายได้ทาง Line: @bangkokhairclinic (มี @ ด้วย)

lineline messagemessage callcall