fb pixel
Line facebook instagram linkedin

วันอังคาร - อาทิตย์ 10:00 - 19:00
ติดต่อ 064 196 3539

ภาวะแพ้ผมตัวเองคืออะไร ? ชวนเช็กอาการ สาเหตุ และแนวทางรักษา

ทำความเข้าใจภาวะแพ้ผมตัวเอง หรือโรคผมร่วงเป็นหย่อมจากภูมิคุ้มกัน พร้อมสังเกตอาการที่พบบ่อย ปัจจัยที่อาจเกี่ยวข้อง วิธีวินิจฉัย และแนวทางรักษาอย่างเหมาะสม

Key Takeaways

ภาวะแพ้ผมตัวเอง (Alopecia Areata) คือ โรคผมร่วงเป็นหย่อมที่เกี่ยวข้องกับการทำงานผิดทิศทางของระบบภูมิคุ้มกัน ทำให้รูขุมขนถูกรบกวนและเส้นผมหลุดร่วงเป็นวงหรือวงรี อาการอาจเกิดเพียงจุดเดียว หลายจุด หรือพบร่วมกับขนคิ้ว ขนตา และเล็บที่เปลี่ยนแปลงได้ ปัจจัยที่อาจเกี่ยวข้อง ได้แก่ พันธุกรรม โรคจากภูมิคุ้มกัน และเหตุการณ์ที่กระทบต่อร่างกาย แนวทางรักษาขึ้นอยู่กับอายุ ขอบเขต และความรุนแรงของอาการ ตั้งแต่การติดตามอาการ การใช้ยาคอร์ติโคสเตียรอยด์ ยาส่งเสริมการงอก ไปจนถึงยาที่ออกฤทธิ์ต่อภูมิคุ้มกัน ผู้ที่พบผมร่วงเป็นหย่อมควรเข้ารับการตรวจเพื่อแยกจากเชื้อรา โรคผิวหนัง และผมร่วงชนิดอื่นก่อนเริ่มรักษา

เมื่อสังเกตเห็นผมหลุดร่วงเป็นหย่อมอย่างฉับพลัน หลายคนอาจสงสัยว่าเกิดจากการแพ้ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผม การทำสีผม หรือหนังศีรษะติดเชื้อ แต่ลักษณะดังกล่าวอาจเกี่ยวข้องกับภาวะที่เรียกกันทั่วไปว่า แพ้ผมตัวเอง หรือโรคผมร่วงเป็นหย่อม

ภาวะนี้เกิดจากความผิดปกติในการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน ทำให้เซลล์ภูมิคุ้มกันเข้าโจมตีบริเวณรูขุมขน ส่งผลให้เส้นผมหยุดเจริญเติบโตและหลุดร่วง แม้รูขุมขนยังไม่ได้ถูกทำลายอย่างถาวร แต่การดำเนินโรคและการงอกกลับของเส้นผมอาจแตกต่างกันในแต่ละคน จึงควรได้รับการประเมินเพื่อแยกโรคและวางแนวทางดูแลอย่างเหมาะสม

ภาวะแพ้ผมตัวเองคืออะไร อาการแบบไหนที่ควรสังเกต ?

ภาวะแพ้ผมตัวเอง (Alopecia Areata) คือ คำเรียกที่ใช้สื่อถึงโรคผมร่วงเป็นหย่อมจากภูมิคุ้มกัน โดยไม่ได้หมายความว่าร่างกายเกิดอาการแพ้เส้นผมเหมือนการแพ้อาหารหรือสารเคมี แต่เป็นภาวะที่ระบบภูมิคุ้มกันเข้าใจผิดว่ารูขุมขนเป็นสิ่งแปลกปลอม แล้วเข้าไปรบกวนวงจรการเจริญเติบโตของเส้นผม ทำให้เกิดการหลุดร่วงเป็นหย่อม ซึ่งมักปรากฏเป็นวงกลมหรือวงรีที่มีขอบเขตค่อนข้างชัด ผิวเรียบ และไม่มีรอยแผลเป็น

อาการที่อาจพบร่วมกัน ได้แก่

  • ผมร่วงเป็นหย่อมบริเวณหนังศีรษะ มักเกิดขึ้นค่อนข้างเร็ว เป็นวงกลมหรือวงรี และอาจมีเพียงจุดเดียวหรือหลายจุดพร้อมกัน
  • ขนคิ้ว ขนตา หนวด หรือขนตามร่างกายหลุดร่วง เนื่องจากโรคสามารถส่งผลต่อรูขุมขนได้หลายตำแหน่ง
  • เส้นผมอาจมีลักษณะคล้ายเครื่องหมายอัศเจรีย์ คือส่วนโคนแคบกว่าส่วนปลาย
  • รู้สึกคัน ตึง แสบ หรือยิบ ๆ ก่อนผมเริ่มร่วงในบางราย อย่างไรก็ตาม ผู้ป่วยส่วนใหญ่มักไม่มีอาการเจ็บ และมีสุขภาพโดยรวมเป็นปกติ
  • เล็บมีรอยบุ๋มเล็ก ๆ ผิวเล็บขรุขระ หรือเล็บเปราะ 
  • เส้นผมที่เริ่มงอกใหม่มีสีอ่อนหรือมีลักษณะเล็กบางกว่าผมเดิมในช่วงแรก เมื่อเวลาผ่านไป เส้นผมบางส่วนอาจค่อย ๆ มีสีและขนาดใกล้เคียงผมเดิม

บริเวณที่ผมร่วงจากโรคแพ้ผมตัวเองมักไม่มีผื่นแดง แผล หรือรอยแผลเป็น หากพบสะเก็ด หนอง อาการเจ็บ เส้นผมหักหลายระดับ หรือหนังศีรษะอักเสบ ควรได้รับการตรวจเพื่อแยกจากโรคเชื้อราหรือโรคผิวหนังชนิดอื่น

ในบางราย โรคอาจพัฒนาเป็นภาวะผมร่วงทั่วหนังศีรษะ (Alopecia Totalis) หรือโรคผมร่วงทั่วร่างกาย (Alopecia Universalis) ซึ่งอาจมีทั้งเส้นผมและขนตามร่างกายร่วงเป็นบริเวณกว้าง แต่ภาวะดังกล่าวพบไม่บ่อย และผู้ป่วยที่เริ่มมีอาการผมร่วงเป็นหย่อมไม่ได้หมายความว่าจะต้องดำเนินไปสู่ระยะนี้เสมอไป 

ภาวะแพ้ผมตัวเองเกิดจากอะไร ? 

กลไกสำคัญของโรคเกิดจากระบบภูมิคุ้มกันเข้าไปรบกวนรูขุมขน แต่ปัจจุบันยังไม่สามารถระบุสาเหตุเริ่มต้นที่ชัดเจนเพียงปัจจัยเดียวได้ แต่มักคาดการณ์ว่าเกิดจากพันธุกรรม การทำงานของภูมิคุ้มกัน และปัจจัยแวดล้อมที่อาจมีส่วนร่วมกัน

พันธุกรรมและประวัติครอบครัว

ผู้ที่มีสมาชิกในครอบครัวเป็นโรคผมร่วงเป็นหย่อมอาจมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น เนื่องจากมียีนบางกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมระบบภูมิคุ้มกัน อย่างไรก็ตาม ผู้ป่วยจำนวนมากไม่มีประวัติคนในครอบครัวเป็นโรคนี้ จึงไม่สามารถใช้ประวัติครอบครัวเพียงอย่างเดียวเพื่อคาดการณ์การเกิดโรคได้

โรคที่เกี่ยวข้องกับภูมิคุ้มกัน

ผู้ที่มีภาวะแพ้ผมตัวเองอาจมีโอกาสพบโรคหรือภาวะอื่นที่สัมพันธ์กับภูมิคุ้มกันมากขึ้น เช่น โรคต่อมไทรอยด์บางชนิด โรคด่างขาว หรือผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง แต่ไม่ได้หมายความว่าผู้ป่วยทุกรายจะมีโรคเหล่านี้ร่วมด้วย

แพทย์จะพิจารณาการตรวจเพิ่มเติมจากประวัติสุขภาพ อาการร่วม และผลการตรวจร่างกาย หากมีอาการที่ชวนสงสัย เช่น น้ำหนักเปลี่ยนโดยไม่ทราบสาเหตุ เหนื่อยง่าย ใจสั่น ผิวหนังมีรอยด่าง หรือมีประวัติโรคภูมิคุ้มกันในครอบครัว อาจพิจารณาตรวจเลือดเพื่อประเมินโรคที่เกี่ยวข้อง

ความเครียดและเหตุการณ์ที่กระทบต่อร่างกาย

ผู้ป่วยบางรายเริ่มมีอาการแพ้ผมตัวเองหลังเผชิญความเครียดทางอารมณ์ การเจ็บป่วย การบาดเจ็บ หรือเหตุการณ์สำคัญในชีวิต ปัจจัยเหล่านี้อาจมีส่วนกระตุ้นให้โรคแสดงอาการในผู้ที่มีความเสี่ยงอยู่เดิม

ทั้งนี้ ไม่ควรสรุปว่าความเครียดเป็นสาเหตุโดยตรงของภาวะแพ้ผมตัวเอง เนื่องจากผู้ป่วยส่วนใหญ่ไม่พบปัจจัยกระตุ้นที่ชัดเจน และการเกิดโรคมีความซับซ้อนมากกว่าปัจจัยด้านอารมณ์เพียงอย่างเดียว

ผู้ชายชี้บริเวณหนังศีรษะที่มีผมร่วงเป็นหย่อมจากภาวะแพ้ผมตัวเอง

แพ้ผมตัวเองจนผมร่วงเป็นหย่อม รักษาอย่างไรดี ?

แนวทางรักษาขึ้นอยู่กับอายุ ระยะเวลาที่เป็นโรค จำนวนและขนาดของหย่อมผมร่วง ตำแหน่งที่เกิด รวมถึงความเร็วในการขยายตัวของโรค ก่อนเริ่มรักษาแพทย์จะตรวจหนังศีรษะ เส้นผม และเล็บ พร้อมซักประวัติสุขภาพและประวัติครอบครัว บางรายอาจได้รับการตรวจเลือด หรือเก็บตัวอย่างหนังศีรษะส่งตรวจในกรณีที่ลักษณะผมร่วงยังไม่ชัดเจน

ติดตามอาการในรายที่มีพื้นที่ผมร่วงไม่มาก

ผู้ป่วยที่มีผมร่วงเพียงหนึ่งหรือสองหย่อมและไม่มีการขยายตัวอย่างรวดเร็ว อาจได้รับคำแนะนำให้ติดตามอาการ เนื่องจากเส้นผมของบางรายสามารถกลับขึ้นมาได้เองโดยไม่ต้องใช้ยา

ระหว่างติดตามอาการควรถ่ายภาพบริเวณเดิมภายใต้แสงและมุมที่ใกล้เคียงกัน เพื่อเปรียบเทียบขนาดของหย่อมผมร่วง หากพื้นที่ขยายขึ้น มีตำแหน่งใหม่ หรือขนคิ้วและขนตาเริ่มหลุดร่วง ควรกลับไปพบแพทย์เพื่อประเมินแนวทางรักษาอีกครั้ง

ยากลุ่มคอร์ติโคสเตียรอยด์

ยากลุ่มคอร์ติโคสเตียรอยด์ช่วยลดการอักเสบและลดการทำงานของภูมิคุ้มกันบริเวณรูขุมขน มีทั้งรูปแบบยาทาและยาฉีดเฉพาะตำแหน่ง การเลือกใช้ขึ้นอยู่กับอายุ พื้นที่ผมร่วง และความเหมาะสมของผู้ป่วย

การฉีดยาเฉพาะบริเวณมักพิจารณาในผู้ใหญ่ที่มีผมร่วงเป็นหย่อมขนาดไม่มาก ส่วนเด็กหรือผู้ที่ไม่เหมาะกับการฉีดอาจได้รับยาทา ทั้งนี้การใช้ยาจะต้องอยู่ภายใต้คำแนะนำของแพทย์ เพราะอาจเกิดผลข้างเคียง เช่น ผิวบางหรือผิวบุ๋มในตำแหน่งที่ได้รับยา

ยากระตุ้นการงอกของเส้นผม

แพทย์อาจพิจารณายาทาบางชนิดเพื่อสนับสนุนการงอกของเส้นผม โดยมักใช้ร่วมกับวิธีที่ช่วยควบคุมการอักเสบ เนื่องจากยากระตุ้นการงอกไม่ได้ควบคุมความผิดปกติของภูมิคุ้มกันโดยตรง ส่วนระยะเวลาที่เริ่มเห็นการตอบสนองจะแตกต่างกันไปในแต่ละคน ผู้ป่วยจึงไม่ควรเพิ่มปริมาณยา ใช้ยาถี่ขึ้น หรือหยุดยาเองโดยไม่ได้รับคำแนะนำ

การกระตุ้นภูมิคุ้มกันเฉพาะที่

ในรายที่มีผมร่วงเป็นบริเวณกว้างหรือไม่ตอบสนองต่อแนวทางเริ่มต้น แพทย์ผิวหนังอาจพิจารณาการกระตุ้นภูมิคุ้มกันเฉพาะที่ โดยใช้สารที่ทำให้ผิวหนังเกิดปฏิกิริยาในระดับที่ควบคุมได้ เพื่อเปลี่ยนแปลงการตอบสนองของภูมิคุ้มกันบริเวณรูขุมขน วิธีนี้ต้องทำและติดตามอาการโดยแพทย์ เนื่องจากอาจเกิดผื่นแดง คัน ระคายเคือง หรือผิวหนังเปลี่ยนสีได้

ยาที่ออกฤทธิ์ต่อระบบภูมิคุ้มกัน

ผู้ป่วยที่มีผมร่วงมากหรือมีอาการรุนแรงอาจได้รับการพิจารณายาที่ออกฤทธิ์ต่อระบบภูมิคุ้มกัน รวมถึงยากลุ่ม JAK inhibitors ตามข้อบ่งชี้ อายุ และประวัติสุขภาพ ยากลุ่มนี้มุ่งลดสัญญาณการอักเสบที่เกี่ยวข้องกับการโจมตีรูขุมขน

ก่อนเริ่มยา แพทย์อาจต้องตรวจเลือด คัดกรองการติดเชื้อ และประเมินยาชนิดอื่นที่ใช้อยู่ รวมทั้งติดตามอาการและผลตรวจระหว่างการรักษา เพราะการตอบสนองและผลข้างเคียงจะแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล

ตรวจหาสาเหตุของผมร่วงเป็นหย่อม ก่อนเลือกแนวทางรักษาที่เหมาะสม

หากเริ่มสังเกตเห็นผมร่วงเป็นวง ผมบางลงเฉพาะจุด หรือมีเส้นผมหลุดร่วงผิดปกติ การเข้ารับการประเมินตั้งแต่ระยะแรกจะช่วยให้แยกสาเหตุได้ชัดเจนขึ้น เพราะอาการที่ดูคล้ายกันอาจเกิดได้จากหลายภาวะ และต้องใช้แนวทางดูแลแตกต่างกัน

Bangkok Hair Clinic ให้บริการประเมินปัญหาเส้นผมและหนังศีรษะโดยแพทย์ พร้อมวางแนวทางดูแลตามลักษณะอาการของแต่ละบุคคล ทั้งในกรณีผมร่วงเป็นหย่อม ผมบางทั่วศีรษะ หรือผมร่วงต่อเนื่องโดยไม่ทราบสาเหตุ ผู้ที่กำลังมองหาคลินิกรักษาผมบางในกรุงเทพฯ สามารถนัดหมายเพื่อเข้ารับการตรวจและรับคำแนะนำเกี่ยวกับแนวทางดูแลที่เหมาะกับสภาพเส้นผม หนังศีรษะ และปัจจัยสุขภาพของตนเองได้เลยวันนี้ที่ 

ข้อมูลอ้างอิง

  1. Alopecia Areata: Diagnosis, Treatment, and Steps to Take. สืบค้นเมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2569 จาก https://www.niams.nih.gov/health-topics/alopecia-areata/diagnosis-treatment-and-steps-to-take .
  2. Hair loss types: Alopecia areata diagnosis and treatment. สืบค้นเมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2569 จาก https://www.aad.org/public/diseases/hair-loss/types/alopecia/treatment

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับภาวะแพ้ผมตัวเอง (FAQs)

Q : ภาวะแพ้ผมตัวเองสามารถติดต่อจากคนหนึ่งไปสู่อีกคนได้หรือไม่?

A : ไม่สามารถติดต่อกันได้ เนื่องจากภาวะแพ้ผมตัวเองเกี่ยวข้องกับการทำงานผิดทิศทางของระบบภูมิคุ้มกัน ไม่ได้เกิดจากเชื้อไวรัส แบคทีเรีย หรือเชื้อราที่แพร่กระจายระหว่างบุคคล อย่างไรก็ตาม ผมร่วงเป็นหย่อมจากเชื้อราบางชนิดสามารถติดต่อได้ จึงควรพบแพทย์เพื่อแยกสาเหตุให้ชัดเจน

Q : ผมที่ร่วงจากภาวะแพ้ผมตัวเองมีโอกาสงอกกลับมาหรือไม่ ?

A : เส้นผมมีโอกาสงอกกลับมาได้ เพราะภาวะนี้มักไม่ทำให้รูขุมขนเกิดแผลเป็น แต่ไม่สามารถคาดการณ์ได้อย่างชัดเจนว่าจะใช้เวลานานเพียงใด หรือจะเกิดผมร่วงซ้ำอีกหรือไม่ ผู้ป่วยบางรายมีผมกลับขึ้นเอง ขณะที่บางรายจำเป็นต้องได้รับการรักษาเพื่อควบคุมโรคและส่งเสริมการงอกของเส้นผม

Q : ผู้ที่มีภาวะแพ้ผมตัวเองสามารถย้อม ดัด หรือทำเคมีกับเส้นผมได้หรือไม่ ?

A : ควรปรึกษาแพทย์ก่อน โดยเฉพาะในช่วงที่ผมยังร่วงเพิ่มขึ้นหรือหนังศีรษะมีอาการระคายเคือง เนื่องจากสารเคมีและความร้อนอาจทำให้เส้นผมที่เหลืออยู่เปราะ ขาดง่าย หรือทำให้หนังศีรษะระคายเคืองมากขึ้น หากโรคอยู่ในระยะสงบ แพทย์อาจพิจารณาให้ทำได้โดยเลือกผลิตภัณฑ์และวิธีที่อ่อนโยนต่อเส้นผม

Q : ภาวะแพ้ผมตัวเองส่งผลต่อสุขภาพส่วนอื่นของร่างกายหรือไม่ ?

A : ผู้ป่วยส่วนใหญ่มักมีสุขภาพโดยรวมเป็นปกติ แต่ภาวะแพ้ผมตัวเองอาจพบร่วมกับโรคต่อมไทรอยด์ โรคด่างขาว ผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง หรือโรคที่เกี่ยวข้องกับระบบภูมิคุ้มกันบางชนิดได้ แพทย์อาจแนะนำให้ตรวจเพิ่มเติมเมื่อมีอาการผิดปกติหรือมีประวัติโรคเหล่านี้ในครอบครัว

Q : ควรดูแลหนังศีรษะบริเวณที่ไม่มีเส้นผมอย่างไร ?

A : ควรปกป้องผิวหนังบริเวณดังกล่าวจากแสงแดดด้วยหมวกหรือผลิตภัณฑ์กันแดดที่เหมาะสม หลีกเลี่ยงการเกาและการใช้ผลิตภัณฑ์ที่ก่อให้เกิดการระคายเคือง หากขนตาหรือขนคิ้วร่วง ควรสวมแว่นตาเมื่อต้องอยู่ในพื้นที่ที่มีฝุ่น ลม หรือแสงแดดมาก เพื่อช่วยปกป้องดวงตา ผู้ที่กังวลเรื่องภาพลักษณ์อาจเลือกใช้วิก ผ้าคลุมศีรษะ หรือผลิตภัณฑ์อำพรางผมบางได้ระหว่างติดตามการรักษา




ปรึกษาแพทย์ฟรี วันนี้

    lineline messagemessage callcall