fb pixel
Line facebook instagram

วันอังคาร - อาทิตย์ 10:00 - 20:00
ติดต่อ 064 196 3539

6 วิธีแก้ผลข้างเคียงของยาปลูกผม

ปยับยั้งการสร้างฮอร์โมน DHT (Dihydrotestosterone) ซึ่งเป็นสาเหตุของผมร่วง อย่างไรก็ตามยานี้อาจส่งผลต่อสมรรถภาพทางเพศในผู้ป่วยบางราย คิดเป็น 1-2 เปอร์เซ็นต์ของผู้ใช้ยานี้ใน 100 คน โดยอาการข้างเคียงที่พบนั้นอาทิเช่น ความต้องการทางเพศลดลง อวัยวะเพศไม่แข็งตัวหรือแข็งตัวได้ไม่เต็มที่ หรือน้ำอสุจิลดลง แต่อย่าเพิ่งตกใจไปครับ เพราะเหล่านี้เป็นเพียงอาการชั่วคราวเท่านั้น และสามารถแก้ไขได้ ในบทความนี้เราเลยมี 6 วิธีแก้ผลข้างเคียงของยาปลูกผมมาฝากกัน เพื่อลดความกังวลใจในเรื่องนี้ครับ

ก่อนหน้านี้เราได้พูดถึงเรื่องของยาปลูกผมอย่างยา Finasteride กันไปบ้างแล้วว่ามีส่วนช่วยในการแก้ปัญหาผมร่วงผมบาง ด้วยการไปยับยั้งการสร้างฮอร์โมน DHT (Dihydrotestosterone) ซึ่งเป็นสาเหตุของผมร่วง อย่างไรก็ตามยานี้อาจส่งผลต่อสมรรถภาพทางเพศในผู้ป่วยบางราย คิดเป็น 1-2 เปอร์เซ็นต์ของผู้ใช้ยานี้ใน 100 คน โดยอาการข้างเคียงที่พบนั้นอาทิเช่น ความต้องการทางเพศลดลง อวัยวะเพศไม่แข็งตัวหรือแข็งตัวได้ไม่เต็มที่ หรือน้ำอสุจิลดลง แต่อย่าเพิ่งตกใจไปครับ เพราะเหล่านี้เป็นเพียงอาการชั่วคราวเท่านั้น และสามารถแก้ไขได้ ในบทความนี้เราเลยมี 6 วิธีแก้ผลข้างเคียงของยาปลูกผมมาฝากกัน เพื่อลดความกังวลใจในเรื่องนี้ครับ

         วิธีแก้ผลข้างเคียงของยาปลูกผม

1. ลดระดับของฮอร์โมนเอสโตรเจน

            การแก้ผลข้างเคียงของยาปลูกผม วิธีแรกก็คือการพยายามลดระดับของฮอร์โมนเอสโตรเจน ซึ่งเป็นฮอร์โมนเพศหญิง โดยพบว่าเมื่อผู้ชายทานยา Finasteride อาจส่งผลให้ฮอร์โมนเอสโตรเจนในร่างกายเพิ่มขึ้นราว 15% ส่งผลให้ความต้องการทางเพศลดลง น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น หรือมีภาวะซึมเศร้าได้ในบางราย ซึ่งแพทย์จะจ่ายยาที่ช่วยยับยั้งเอนไซม์ Aromatase ที่ทำหน้าที่สังเคราะห์ฮอร์โมนเอสโตรเจนเพื่อปรับสมดุลของฮอร์โมน นอกจากนี้การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคด้วยการกินผักตระกูลกะหล่ำ สารอาหารจำพวกสังกะสี สารสกัดจากเมล็ดองุ่น รวมถึงการออกกำลังกายลดน้ำหนักก็มีส่วนช่วยได้เช่นกัน

2. การเพิ่มสมรรถภาพทางเพศและเพิ่มน้ำอสุจิ

            อาการข้างเคียงในกลุ่มของการเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ เช่น น้ำอสุจิน้อยลง อวัยวะเพศไม่แข็งตัวหรือแข็งตัวไม่เต็มที่ รวมถึงการหมดความต้องการทางเพศ จากการใช้ยา Finasteride และพฤติกรรมการใช้ชีวิตที่ไม่ถูกต้องก็สามารถแก้ไขได้ในเบื้องต้นด้วยการออกกำลังกายเพื่อให้หัวใจและหลอดเลือดทำงานได้ดีขึ้น รวมถึงช่วยลดความเครียดได้ในตัว นอกจากนี้ยังมีอาหารเสริมเพิ่มสมรรถภาพทางเพศอย่างโสม น้ำผึ้ง ช็อกโกแลต พริกชี้ฟ้า หอยนางรม กล้วย อะโวคาโด หรือวิตามินเสริมต่างๆ ก็ช่วยได้ส่วนหนึ่ง แต่ควรอยู่ภายใต้คำแนะนำของแพทย์

3. การเพิ่มระดับไนตริกออกไซด์ให้กับร่างกาย

            ไนตริกออกไซด์เป็นสารที่ใช้ในยาไวอากร้าหรือพบได้ในอาหารบางประเภท ช่วยในการทำให้อวัยวะเพศแข็งตัวและยืดเวลาการมีเพศสัมพันธ์ได้ การใช้ยาควรได้รับคำแนะนำจากแพทย์และเภสัชกร ส่วนอาหารที่มีไนตริกออกไซด์นั้น อาทิเช่น อาหารที่มีปริมาณไนเตรตสูงอย่าง ผักกาดหอม ผักโขม แครอท ดาร์กช็อกโกแลต น้ำทับทิม หรือจะรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไนตริกออกไซด์ก็ได้เช่นกัน

4. ลดปริมาณของยาลง

            การแก้ผลข้างเคียงของยาปลูกผมที่ได้ผลและปลอดภัยอีกวิธีหนึ่งก็คือ การลดปริมาณการใช้ยา Finasteride ลงจากปริมาณที่ทำให้เกิดผลข้างเคียง ยกตัวอย่างเช่น หากเคยได้รับในปริมาณ 1 มิลลิกรัม ก็อาจลดเหลือเพียง 0.2 มิลลิกรัม ซึ่งมีผลการศึกษาที่พบว่าเมื่อเทียบประสิทธิภาพในการรักษาของยาในปริมาณ 0.2 มิลลิกรัม กับ 1 มิลลิกรัม ประสิทธิภาพในการรักษาผมร่วงยังอยู่ในระดับที่น่าพอใจคือราว 80% ด้วยกัน และยังลดผลข้างเคียงลงได้ด้วย

5. ลดความถี่ของการใช้ยาลง

            แม้ปริมาณที่เหมาะสมในการใช้ยา Finasteride เพื่อรักษาผมร่วง คือ 1 มิลลิกรัมต่อวัน แต่ในกรณีของผู้ป่วยที่มีผลข้างเคียงจากการใช้ยานี้ แพทย์อาจแนะนำให้ลดความถี่ของการใช้ยาลงเหลือวันเว้นวัน ซึ่งในกรณีนี้ต้องพิจารณาเป็นรายๆ ไปครับ เพราะอาการของแต่ละคนก็แตกต่างกันออกไป จึงต้องทำการประเมินเพื่อให้ได้รับยาในปริมาณและความถี่ที่เหมาะสมมากที่สุด

6. เปลี่ยนมาใช้ยาภายนอกเฉพาะที่

         ยา Finasteride นั้นไม่ได้มีเฉพาะยากินเท่านั้น ยังมียาใช้ภายนอกเพื่อผลการรักษาเฉพาะที่หรือในบริเวณที่เกิดปัญหา แม้ว่าประสิทธิภาพอาจจะด้อยกว่าในการรักษาผมร่วงและเสริมสร้างการงอกของเส้นผมใหม่ แต่ก็ทำให้ลดผลข้างเคียงจากการใช้ยาลงได้ด้วย จึงเป็นอีกทางเลือกในการแก้ผลข้างเคียงของยาปลูกผม

            แม้ผลข้างเคียงของการใช้ยา Finasteride จะเกิดขึ้นได้น้อยมาก แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่ามีโอกาสเกิดขึ้น และเมื่อเกิดขึ้นแล้วก็ต้องหาทางแก้ไขหรือรักษา ส่วนการจะแก้ผลข้างเคียงของยาปลูกผมนี้ด้วยวิธีไหนนั้นก็ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของอาการ รวมถึงการวินิจฉัยของแพทย์ด้วย สุดท้ายนี้อยากจะย้ำกันอีกครั้งครับว่าปัญหาเส้นผมควรให้หมอผมเป็นผู้ดูแลรักษา เพราะนอกจากเรื่องของประสิทธิภาพแล้วยังมีเรื่องของความปลอดภัยที่ไม่ควรมองข้ามด้วยครับ

lineline messagemessage callcall