fb pixel
Line facebook instagram linkedin

วันอังคาร - อาทิตย์ 10:00 - 19:00
ติดต่อ 064 196 3539

บอกต่อ 3 เทคนิคดูแลปัญหาผม! และวิธีปลูกผมแบบไหนเหมาะกับเรา?

จบปัญหาหัวล้าน ผมบาง ศีรษะเถิก และอีกหลากหลายปัญหา ที่ทำให้เสียความมั่นใจ ด้วยการปลูกผม พร้อมเผยเทคนิคการเลือกปลูกผมแบบไหนเหมาะกับเรา!

หากใครที่กำลังมองหาวิธีช่วยแก้ปัญหาผมร่วง ผมบาง ศีรษะล้าน หรือหัวเถิก เพื่อทำให้เส้นผมกลับมาขึ้นใหม่อีกครั้งการปลูกผม’อาจเป็นคำตอบที่เหมาะกับคุณมากที่สุด อย่างไรก็ตาม การปลูกผมในแต่ละวิธีย่อมมีความแตกต่างกันออกไป แต่หากใครที่สงสัยว่า แล้ววิธีปลูกผมแบบไหนเหมาะกับเรามากที่สุด? บทความนี้มีคำตอบ!

เลือกเทคนิคการปลูกผมแบบไหนเหมาะกับเรา

ปลูกผมด้วยเทคนิค FUE ( Follicular Unit Extraction )

เทคนิคการปลูกผมแบบ FUE (FUE Hair Transplant) เป็นการปลูกผมโดยใช้วิธีการย้ายเซลล์รากผมช่วงท้ายทอย แล้วนำไปปลูกใหม่ในจุดที่มีปัญหาหรือบริเวณที่อยากจะรักษาผมบาง โดยจะเป็นการใช้เครื่องมือพิเศษที่เรียกว่า “หัวเจาะอัตโนมัติ” ที่จะช่วยมอบผลลัพธ์ที่ดีได้มากถึง 90-95% ทำให้ผมที่ขึ้นใหม่ดูสมจริงอย่างเป็นธรรมชาติ 

สำหรับวิธีนี้จะใช้เวลาในการปลูกผมไม่นานมาก อีกทั้งยังมีความแม่นยำ โดยสามารถปลูกได้สูงสุด 2,000 – 2,500 กราฟ (เส้นผม 5,000 เส้น) ซึ่งถ้าใครอยากปลูกผมถาวรที่จะช่วยให้รากผมมีความแข็งแรง เทคนิค FUE อาจเป็นการปลูกผมที่เหมาะกับคุณ 

  เราลองมาเจาะลึกถึงข้อดีของการปลูกผมด้วยเทคนิคนี้กันดีกว่า เผื่อคุณจะได้คำตอบว่าวิธีปลูกผมแบบไหนเหมาะกับเรามากที่สุด!

ข้อดีของการปลูกผมแบบ FUE

  • ไม่ต้องเสียเวลาพักฟื้นหลังทำ
  • ไม่มีรอยแผล หรือรอยเย็บ
  • ให้ผลลัพธ์การปลูกผมที่คงอยู่แบบถาวร

การปลูกผมแบบ FUE เหมาะกับใคร?

  • คนที่ประสบปัญหาพื้นที่บริเวณหน้าผากกว้าง หัวเถิก
  • ปัญหาผมบาง เห็นหนังศีรษะ
  • มีส่วนเว้าโค้งเป็นลักษณะคล้ายตัวเอ็ม

ปลูกผมด้วยเทคนิค Long Hair FUE

เติมความหนาแน่นให้เส้นผมได้แบบไร้รอยเย็บ ตอบโจทย์สำหรับคนที่ไม่ต้องการโกนศีรษะ หรือตัดผมสั้น เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกแนะนำสำหรับคนที่ไม่รู้ว่าวิธีปลูกผมแบบไหนเหมาะกับเรา 

สำหรับในการรักษา หลังจากที่คุณหมอผู้เชี่ยวชาญได้ตรวจสอบถึงปัญหาผมร่วงผมบางและรู้ถึงความต้องการของผู้เข้ารับการรักษาแล้ว ก็จะมีการนำเสนอวิธีการรักษาที่เหมาะกับคุณ ซึ่งหนึ่งในเทคนิคการปลูกผมที่ได้รับความนิยมไม่แพ้วิธีไหน ๆ ก็คือการปลูกผมแบบ Long Hair FUE ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้ จะทำให้เส้นผมที่ขึ้นใหม่มีความหนาแน่น โดยจะเป็นการใช้เครื่องมือหัวเจาะขนาดเล็กพิเศษ พร้อมทำการเจาะและดึงรากผมออกมาปลูก ทั้งยังสามารถสร้างแนวผมได้ทันที แม้คุณจะมีผมที่ยาวอยู่แล้วก็ตาม

ข้อดีของการปลูกผมแบบ Long Hair FUE

  • ไม่ทิ้งรอยแผลให้เห็นแม้แต่น้อย
  • ใช้เวลาพักฟื้นไม่นานก็สามารถกลับบ้านได้
  • รับรู้ถึงผลลัพธ์ของเส้นผมที่หนาแน่นได้ทันทีหลังทำ

การปลูกผมแบบ Long Hair FUE เหมาะกับใคร?

  • คนที่อยากรักษาผมบาง
  • ตอบโจทย์สำหรับคนที่อยากปลูกไรผม
  • เหมาะสำหรับคนที่ไม่ต้องการโกนหรือตัดผมก่อนปลูก

ปลูกผมด้วยเทคนิค DHI (Direct Hair Implantation)

แนะนำเทคนิคการปลูกผมแบบไหนเหมาะกับเรา

มาถึงเทคนิคสุดท้ายที่ใช้ในการปลูกผมอย่าง DHI (Direct Hair Implantation) ซึ่งในการปลูกผมจะใช้เครื่องมือเฉพาะทางที่ชื่อว่า “DHI Implanter” เข้ามาช่วย โดยแนวทางการทำงานของเครื่องมือตัวนี้ จะทำหน้าที่ปักและปลูกผมได้ภายในครั้งเดียว 

ด้วยความพิเศษของหัวเจาะที่เล็กกว่าทุกเทคนิค โดยเฉลี่ยอยู่ที่ 0.6 – 0.8 มล. เท่านั้น จึงทำให้สามารถปลูกผมได้ถี่แน่น อีกทั้งยังมีความละเอียดสูง ทำให้แพทย์ผู้ดูแลสามารถควบคุมระดับความลึกขององศาและทิศทางของรากผมได้อย่างเป็นธรรมชาติ แถมไม่ทิ้งรอยแผล ไม่ต้องผ่าตัดอีกด้วย

ข้อดีของการปลูกผมแบบ DHI

  • ให้ความละเอียดและแม่นยำในการปัก-ปลูกผม
  • ไม่ทิ้งรอยแผล ไม่ต้องผ่าตัด ไม่เจ็บตัวมาก
  • สามารถควบคุมความลึกและทิศทางของรากผมได้อย่างเป็นธรรมชาติ

การปลูกผมแบบ DHI เหมาะกับใคร?

  • ตอบโจทย์สำหรับคนที่มีปัญหาศีรษะล้านมาก ๆ และให้ผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติมากที่สุด

ถึงตรงนี้ หากใครที่ยังไม่รู้ว่าวิธีปลูกผมแบบไหนเหมาะกับเรา และอยากปรึกษาถึงวิธีการปลูกผมที่เหมาะสมกับคุณ สามารถมาปรึกษากับแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญของเราได้ที่ Bangkok Hair Clinic คลินิกปลูกผมและรักษาผมบางระดับพรีเมียม ที่พร้อมให้บริการและวางแผนการรักษาอย่างมืออาชีพ 

มีปัญหาเส้นผม ปรึกษาแพทย์ฟรีที่ Bangkok Hair Clinic 

E-mail: bangkokhairclinic@gmail.com หรือติดต่อเราช่องทางอื่น ๆ

lineline messagemessage callcall