fb pixel
Line facebook instagram linkedin

วันอังคาร - อาทิตย์ 10:00 - 19:00
ติดต่อ 064 196 3539

ตอบสาเหตุภาวะหนังศีรษะอักเสบ ผมร่วง และแนวทางการรักษา

หลายคนอาจเคยประสบปัญหาหนังศีรษะอักเสบ หรือมีรังแค ที่แม้อาการดังกล่าวจะไม่ได้เป็นอันตรายรุนแรง แต่ก็ส่งผลต่อบุคลิกภาพได้ไม่น้อย ซึ่งอาจทำให้บางคนถึงกับขาดความมั่นใจ ยิ่งในอยู่สภาวะอากาศร้อน ๆ ก็จะยิ่งทำให้เผชิญกับปัญหาเหล่านี้ได้มากขึ้น

Key Takeaways

ปัญหาหนังศีรษะอักเสบและรังแค แม้จะไม่ใช่โรคร้ายแรงถึงชีวิต แต่ส่งผลกระทบต่อบุคลิกภาพและความมั่นใจอย่างมาก โดยเฉพาะในสภาพอากาศร้อนชื้นที่กระตุ้นให้ต่อมไขมันทำงานผิดปกติ ซึ่งสาเหตุส่วนใหญ่เกิดจากโรคผิวหนัง เช่น เซบเดิร์ม รูขุมขนอักเสบ หรือการติดเชื้อรา สำหรับวิธีรักษาหนังศีรษะอักเสบที่มีประสิทธิภาพ คือการปรับพฤติกรรมการดูแลสุขอนามัย สระผมอย่างถูกวิธี หลีกเลี่ยงสารเคมีและความร้อน รวมถึงการเข้าพบแพทย์เพื่อวินิจฉัยและรักษาให้หายขาด

Table of Content

  • หนังศีรษะอักเสบมีอาการแบบไหนบ้าง แยกจากรังแคธรรมดายังไง ?
  • ตอบสาเหตุ หนังศีรษะอักเสบ ผมร่วง เกิดจากอะไร ?
  • วิธีรักษาหนังศีรษะอักเสบและรังแค
  • ปรึกษาแพทย์เพื่อกู้คืนสุขภาพหนังศีรษะที่ Bangkok Hair Clinic
  • คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับหนังศีรษะอักเสบ (FAQs)

หนังศีรษะอักเสบมีอาการแบบไหนบ้าง แยกจากรังแคธรรมดายังไง ?

สำหรับผู้ที่เคยประสบปัญหาคันศีรษะและมีแผ่นสะเก็ดสีขาวร่วงลงมาบนเสื้อผ้า จนทำให้เกิดความสับสนและตั้งคำถามถึงความต่างของอาการหนังศีรษะอักเสบและรังแคธรรมดา เพราะทั้งสองอาการนี้มีความคล้ายคลึงกันมาก แต่ในทางการแพทย์มีจุดสังเกตที่แตกต่างกันชัดเจนดังนี้

  • รังแคธรรมดา (Dandruff) : เกิดจากการผลัดเซลล์ผิวที่เร็วกว่าปกติของหนังศีรษะ มักพบเป็นแผ่นสะเก็ดสีขาวหรือสีเทาขนาดเล็ก แห้ง ร่วงกระจายได้ง่าย โดยที่ไม่มีผื่นแดง หรือไม่มีอาการเจ็บแสบร่วมด้วย โดยจะมีอาการคันเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
  • ภาวะหนังศีรษะอักเสบ (Scalp Dermatitis) : อาการหนังศีรษะอักเสบจะมีความรุนแรงมากกว่าการมีรังแคทั่วไปอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งคนไข้มักมีผื่นแดงเป็นปื้น คันรุนแรง มีอาการเจ็บระบมหรือแสบเมื่อสัมผัส หนังศีรษะมันเยิ้ม โดยสะเก็ดที่ลอกออกมามักมีลักษณะเป็นแผ่นหนา สีเหลืองมีความมันเหนียวเกาะติดอยู่ตามโคนผม ซึ่งในบางรายอาจมีตุ่มแดงคันคล้ายสิวอักเสบร่วมด้วย

ตอบสาเหตุ หนังศีรษะอักเสบ ผมร่วง เกิดจากอะไร ?

คำตอบอยู่ที่ภาวะความไม่สมดุลบนหนังศีรษะ เมื่อหนังศีรษะเกิดการอักเสบเรื้อรัง ไม่ว่าจะมาจากโรคผิวหนัง หรือเชื้อรา ร่างกายจะหลั่งสารสื่อประสาทและเกิดการอักเสบขึ้นรอบบริเวณรูขุมขน ส่งผลกระทบโดยตรงต่อ Micro-environment หรือสภาพแวดล้อมที่หล่อเลี้ยงรากผม ทำให้หลอดเลือดใต้ผิวหนังไม่สามารถนำพาสารอาหารและออกซิเจนไปเลี้ยงรากผมได้ตามปกติ 

ส่งผลให้เส้นผมถูกเร่งให้เข้าสู่ระยะพักตัวและหลุดร่วงก่อนกำหนด ยิ่งไปกว่านั้น อาการคันที่รุนแรงอาจทำให้เผลอเกาหนังศีรษะ ซึ่งเป็นการทำลายรากผมซ้ำเติมทางกายภาพ ทำให้เส้นผมขาดและหลุดร่วงเป็นหย่อม หากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่รีบหาวิธีรักษาหนังศีรษะอักเสบที่ถูกต้อง รากผมที่อักเสบอาจฝ่อตัวลงและทำให้เกิดปัญหาผมบางถาวรได้ในที่สุด โดยอาการจะรุนแรงมากน้อยมักแตกต่างกันไปในแต่ละสาเหตุ ซึ่งส่วนใหญ่เกิดจากความผิดปกติของหนังศีรษะและโรคบริเวณหนังศีรษะ เช่น

  • โรคต่อมไขมันอักเสบ เป็นการอักเสบของต่อมไขมันใต้ผิวหนัง หรือที่เรียกว่า “เซบเดิร์ม” (Seborrheic Dermatitis) มีอาการเป็นผื่นแดงบนหนังศีรษะ ร่วมกับอาการคัน เป็นรังแค ผิวหนังลอกเป็นแผ่น ซึ่งยังสามารถพบอาการเหล่านี้ได้ตามร่างกาย เช่น บริเวณแผ่นหลัง ขาหนีบ ใต้ราวนม หลังใบหู หน้าอก 
  • โรครูขุมขนอักเสบ คืออาการอักเสบของรูขุมขนบนหนังศีรษะ อาจเกิดได้จากการติดเชื้อแบคทีเรีย เชื้อรา อาการขนคุด รวมถึงยาบางตัวที่ใช้ ซึ่งบริเวณที่รูขุมขนอักเสบจะเกิดตุ่มแดงคล้ายสิว มีฝีฝักบัว มีอาการคัน ระคายเคือง หรือรู้สึกเจ็บปวดบริเวณหนังศีรษะ
  • โรคสะเก็ดเงินบนหนังศีรษะ สาเหตุของโรคยังไม่เป็นที่แน่ชัด แต่ผู้เชี่ยวชาญคาดว่าอาจเกิดจากการทำงานที่ผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกัน ทำให้เกิดอาการหนังศีรษะอักเสบ มีผื่นแดงบริเวณหนังศีรษะ หน้าผาก ท้ายทอย หลังใบหู
  • โรคกลากบนหนังศีรษะ เกิดจากการติดเชื้อราบนหนังศีรษะ มีลักษณะคล้ายวงแหวนเกิดขึ้นตามหนังศีรษะ ซึ่งตรงกลางเรียบและมีขอบนูน มีอาการคัน พบรังแคและผมร่วงได้เป็นหย่อม ๆ

นอกจากโรคผิวหนังข้างต้นแล้ว ยังมีปัจจัยภายนอกและภายในที่เป็นตัวกระตุ้นให้อาการกำเริบได้ง่าย เช่น สภาพอากาศที่ร้อนจัด ฝุ่นละออง PM 2.5 ควันพิษ การดื่มแอลกอฮอล์ การพักผ่อนไม่เพียงพอ รวมไปถึงความเครียดสะสมที่ส่งผลให้ฮอร์โมนแปรปรวนและระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอลง 

วิธีรักษาหนังศีรษะอักเสบและรังแค

การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและการดูแลสุขอนามัยอย่างเหมาะสม คือเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญที่ช่วยรักษาหนังศีรษะอักเสบ ให้หายขาดและไม่กลับมาเป็นซ้ำ โดยมีแนวทางปฏิบัติทางเวชปฏิบัติทั่วไปดังนี้

  • สระผมอย่างถูกวิธี ควรใช้น้ำอุณหภูมิปกติ หรือน้ำอุ่น งดใช้น้ำร้อนจัดสระผม ในขณะสระไม่ควรใช้แรงมากจนเกินไป เพราะอาจทำให้เกิดแผลบริเวณหนังศีรษะได้
  • ไม่ใช้ของใช้ส่วนตัวร่วมกับผู้อื่น เช่น ผ้าเช็ดผม หวี หมวก เป็นต้น เพื่อป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อรา และควรทำความสะอาดปลอกหมอนและหวีอย่างสม่ำเสมอ 
  • หลีกเลี่ยงความร้อนและสารเคมี งดการเป่าผมด้วยลมร้อนจัด เพราะอาจทำให้หนังศีรษะแห้งเกินไปจนกระตุ้นให้ต่อมไขมันผลิตน้ำมันออกมาเคลือบมากกว่าเดิม และควรงดการทำสี ดัด ยืด ผมในช่วงที่หนังศีรษะกำลังอ่อนแอ 
  • ดูแลสุขภาพองค์รวมจากภายใน พักผ่อนให้เพียงพอวันละ 7-8 ชั่วโมง หลีกเลี่ยงอาหารไขมันสูง หรือของหวานจัด และบริหารจัดการความเครียดให้ดีเพื่อรักษาภาวะสมดุลของฮอร์โมน 

ปรึกษาแพทย์เพื่อกู้คืนสุขภาพหนังศีรษะที่ Bangkok Hair Clinic 

ถึงแม้ว่าอาการหนังศีรษะอักเสบอาจไม่ได้ร้ายแรงถึงชีวิตก็ตาม แต่ก็สามารถเกิดขึ้นได้ตลอด จึงควรดูแลใส่ใจสุขภาพเส้นผมและหนังศีรษะให้ดี เพื่อป้องกันการเกิดอาการหนังศีรษะอักเสบ หากเกิดปัญหารุนแรงควรรีบรับการรักษา หรือปรึกษาแพทย์จะดีที่สุด

ที่ Bangkok Hair Clinic เรามีทีมแพทย์เฉพาะทางด้านเส้นผมและหนังศีรษะ พร้อมตรวจวินิจฉัยสภาพหนังศีรษะด้วยกล้องกำลังขยายสูงเพื่อค้นหาต้นตอของปัญหา พร้อมกับมุ่งเน้นออกแบบโปรแกรมการรักษาแบบเฉพาะบุคคล ไม่ว่าจะเป็นการจ่ายยาสูตรเฉพาะ การเลือกใช้ทรีตเมนต์ฟื้นฟูรากผม หรือการทำโปรแกรมบำรุงขั้นสูงอย่าง Premium PRP หรือ GFC (Growth Factor Concentrate) เพื่อเข้าไปลดการอักเสบระดับเซลล์ เร่งกระตุ้นการไหลเวียนโลหิตใต้หนังศีรษะ เพื่อชุบชีวิตรากผมที่เคยอ่อนแอให้กลับมาแข็งแรง

นอกจากนี้ ในรายที่ปล่อยให้หนังศีรษะอักเสบเรื้อรังจนรากผมฝ่อและเกิดภาวะผมบางศีรษะล้านขั้นรุนแรง ทางคลินิกยังมีนวัตกรรมการศัลยกรรมย้ายเซลล์รากผมด้วยเทคนิคปลูกผม Partial Shaven หรือการปลูกผมแบบโกนผมเฉพาะจุด ซึ่งเป็นเทคนิคที่ไม่ต้องโกนผมทิ้งทั้งศีรษะ ช่วยซ่อนแผลได้อย่างเนียนกริบหลังทำ เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ต้องการผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติและสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันหรือทำงานต่อได้ทันทีโดยไม่ต้องพักฟื้นนาน เพื่อช่วยคืนเส้นผมที่หนาดกดำและความมั่นใจให้กลับมาเต็มร้อยอีกครั้ง

สามารถเข้ารับคำปรึกษาเพื่อประเมินแนวทางที่เหมาะกับสุขภาพหนังศีรษะได้ที่ Bangkok Hair Clinic

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับหนังศีรษะอักเสบ (FAQs)

Q : เมื่อมีอาการหนังศีรษะอักเสบ ควรเลือกใช้แชมพูสูตรฟื้นฟู หรือตัวยาประเภทไหน ?

A : ในเบื้องต้นแพทย์มักแนะนำให้ใช้แชมพูยาที่มีส่วนผสมในการฆ่าเชื้อราและลดการอักเสบ เช่น คีโตโคนาโซล (Ketoconazole), ซีเลเนียม ซัลไฟด์ (Selenium Sulfide), ซิงค์ไพริไทออน (Zinc Pyrithione) หรือแชมพูน้ำมันดิน (Tar Shampoo) โดยสระทิ้งไว้ 3-5 นาทีแล้วล้างออก สัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง และหลีกเลี่ยงแชมพูที่มีส่วนผสมของน้ำหอม หรือสารเคมีรุนแรง

Q : อาหารประเภทใดบ้างที่เป็นตัวกระตุ้นทำให้อาการหนังศีรษะอักเสบกำเริบ หรือรุนแรงขึ้น ?

A : อาหารที่มีดัชนีน้ำตาลสูง เช่น ของหวานจัด น้ำอัดลม อาหารที่มีไขมันอิ่มตัวสูง ของทอด ของมัน ผลิตภัณฑ์จากนม รวมถึงอาหารรสจัดและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เป็นกลุ่มอาหารที่สามารถกระตุ้นให้ต่อมไขมันทำงานมากขึ้น ส่งผลให้ร่างกายเกิดกระบวนการอักเสบได้ง่ายขึ้น และทำให้อาการหนังศีรษะอักเสบแย่ลงได้

Q : การทำทรีตเมนต์บำรุงผม หรือโปรแกรม Premium PRP ที่คลินิก ช่วยเรื่องหนังศีรษะอักเสบได้อย่างไร ?

A : การทำโปรแกรมอย่าง Premium PRP หรือ GFC (Growth Factor Concentrate) จะเป็นการนำเกล็ดเลือดเข้มข้นที่มีสาร Growth Factors สูง ฉีดกลับเข้าไปบริเวณหนังศีรษะ ซึ่งสารเหล่านี้มีคุณสมบัติเด่นในการช่วยลดการอักเสบในระดับเซลล์ ซ่อมแซมเนื้อเยื่อที่เสียหาย กระตุ้นการไหลเวียนโลหิต และช่วยเพิ่มความแข็งแรงให้รากผมกลับมาเติบโตได้ดีขึ้น

Q : การปลูกผมเทคนิค Partial Shaven คืออะไร ดีอย่างไร ?

A : เทคนิค Partial Shaven คือการศัลยกรรมย้ายเซลล์รากผมแบบโกนผมเฉพาะจุด หรือการซ่อนแผล โดยแพทย์จะโกนผมเฉพาะบริเวณท้ายทอยที่เป็นแถบเล็ก เพื่อนำรากผมออกมา แล้วใช้ผมยาวส่วนบนลงมาปิดทับแผลได้ทันที ทำให้มองไม่เห็นแผลหลังทำ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติและสามารถกลับไปทำงาน หรือใช้ชีวิตประจำวันได้ทันทีโดยไม่ต้องพักฟื้นนาน




ปรึกษาแพทย์ฟรี วันนี้

    lineline messagemessage callcall